Category Archives: Food

Beer irish

ดื่มด่ำบรรยากาศแบบไอริชกับ Flann O’Brien’s Irish Pub สาขาทองหล่อกันดีกว่า

ดื่มด่ำบรรยากาศแบบไอริชกับ Flann O’Brien’s Irish Pub สาขาทองหล่อกันดีกว่า

เมื่อวันศุกร์สิ้นเดือนมาถึง และช่วงนี้อากาศหนาวมาเยือนกรุงเทพด้วย เลยโทรนัดเพื่อนลองหาร้านอาหารแบบ ไอริชดีกว่า ลองหาข้อมูลดู เจออยู่ร้านนึงชื่อว่า Flann O’Brien’s Irish Pub ตั้งอยู่ด้านล่าง ของตึก Eight ทองหล่อ ไม่รอช้าขับรถไปทันที เอารถขึ้นไปจอดด้านบนของตึกแล้ว แล้วลงลิฟท์มาชั้น 1 ก็จะเจอร้านเลย อยู่ฝั่งด้านหน้าตึกเลย

ทางเข้าร้าน

Flann O’Brien’s (17)

Flann O’Brien’s (18)

เมื่อเข้ามาในร้านก็เจอเคาน์เตอร์บาร์ เรียงรายด้วยแก้วและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่างๆหลายยี่ห้อด้วยกัน และมีหัวกดเบียร์สดด้วย ทั้งในและนอก และในเมื่อเรามาผับแบบไอริชทั้งทีก็ไม่ควรจะพลาดเบียร์สด สไตล์ไอริชสินะ หาโต๊ะนั่ง และสั่งเบียร์มาทานดีกว่า

Flann O’Brien’s (20)

Guinness เบียร์ดำสัญชาติไอริชแท้ๆ กดจากหัวกดใส่แก้วเป็นครีมฟองละเอียด พอกดเสร็จเรียบร้อย รอสักพักรอเบียร์เซ็ทตัว ค่อยๆกลายจากฟองนุ่มๆเป็นเบียร์สีดำจนเต็มแก้ว กลิ่นหอมมาก แต่รสชาติก็แรงพอควรเลย แก้วเดียวมีเมา

Flann O’Brien’s (1)

Flann O’Brien’s (21)

แก้วกลาง  Magners ไซเดอร์สีเหลีองใสดื่มง่าย สำหรับคนที่ไม่ชอบทานเบียร์แนะนำตัวนี้ครับ รสชาติออกเปรี้ยวๆตามสไตล์ไซเดอร์เลย อีกแก้ว Kilkenny รสชาติจะอ่อนดื่มง่ายกว่า Magners ชิมของเพื่อนไปนิดนึง จิบเบียร์ไปแล้วก็ ลองสั่งอาหารมาทานกันดีกว่า เลยลองอาหารที่ทางร้านแนะนำเลยก็จะมี 4-5 เมนูด้วยกัน เริ่มจาก เมนูแรกเลย

 สเต็กเนื้อทีโบนแองกัส

Grilled T-Bone Aust Black Angus / สเต็กเนื้อทีโบนแองกัส (300กรัม) – ราคา 890 บาท

Grilled T-Bone Aust Black Angus เมนูหรับคนชอบทานเนื้อ เนื้อทีโบนนำเข้าจากออสเตรเลีย หมักด้วยไวน์แดงจนเข้าเนื้อ แล้วนำไปกริลจนหอม ราดด้วยน้ำเกรวี่สูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้อชิ้นโตแร่บางๆ พอดีคำ ทานคู่กับเฟนรส์ฟรายส์  ลองทานแบบไม่จิ้มซอสอะไรเลย เนื้อนุ่มอร่อยมากๆ

Flann O’Brien’s (13)

Grilled T-Bone Aust Black Angus / สเต็กเนื้อทีโบนแองกัส (300กรัม) – ราคา 890 บาท

Flann O’Brien’s (25)

Beef &Guinness Pie บีฟแอนด์กินเนสพาย – ราคา 425 บาท พายเนื้อตุ๋นเบียร์กินเนส

Beef &Guinness Pie พายเนื้อตุ๋นเบียร์กินเนส เมนูนี้ป็นพระเอกของร้านเลย สตูว์เนื้อวัวตุ๋นด้วยเบียร์ดำ Gunness  เนื้อวัวหั่นลูกเต๋า แล้วนำไปหมักกับเบียร์เป็นเวลาข้ามคืน แล้วตุ๋นกับเครื่องเทศนานหลายชั่วโมง จานนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับพาย กลิ่นหอมมาแต่ไกล เมื่อตักแป้งพัพออกก็จะพบสตูเนื้อหอมๆอยู่ด้านในทานกับพายพร้อมกันอร่อยมาก เมนูนี้ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลย

Flann O’Brien’s (22)

Flann Irish Breakfast

Flann Irish Breakfast  เซ็ทอาหารเช้าที่ทานได้ทุกเวลา เบค่อน ไข่ดาว ขนมปัง และแบล็คพุดดิ้งที่ทำจากเลือดหมูผสมลูกเดือย มะเขือเทศย่าง เห็ดแชมปิญองกับแฮชบราวน์เหลืองกรอบ เซ็ทนี้ราคา 350 บาท

Flann O’Brien’s (23)

Chef’s House Salad

Chef’s House Salad / เชฟเฮ้าส์สลัด สลัดสไตล์ชาวไอริช เนื้ออกไก่ไร้มันพาสต้าชีสกับแฮม ผักสดๆกรอบอร่อย ราดด้วยเดรสซิ่งบัลซามิกผสมเม็ดแคปเปอร์และมะกอกดำคลุกเคล้าเคลือบบนตัวผัก เป็นเมนูเพื่อสุขภาพอีกเมนูหนึ่งเลยทีเดียว

Flann O’Brien’s (14)

Bangers and Mash

Bangers and Mash / แบงเกอร์แอนด์แมช  ไส้กรอกแบบไอริชแบบดั้งเดิมไม่ผสมแป้ง ราดด้วยซอสเกรวี่ทำเคี่ยวจากน้ำสต๊อกกับหอมหัวใหญ่ทานคู่กับมันฝรั่งบด ซอสตัวนี้เข้มข้นมากทานเข้ากับมันฝรั่งได้ดีทีเดียว

Flann O’Brien’s Irish Pub ร้าน ฟลาน โอเบรียนส์ไอริชผับ ปัจจุบันมีถึง 3 สาขา
Impac เมืองทองธานี้ อยู่ตรงอาคารชาเลนเจอร์ชั้น1
สีลมอยู่ปากซอยธนิยะ ติดกับ BTS ศาลาแดง
ทองหล่อ ตึกEight ทองหล่อ ซ 8   ฟลาน โอเบรียนส์ไอริชผับ สามารทานได้ทุกเพศทุกวัย วัยรุ่นสามารถมา Hangout กันได้หรือจะมากันเป็นครอบครัวก็ได้ ถืออว่าเป็นร้านนอาหารที่น่านั่งอีกร้านนึงเลยทีเดียว

 

ซูชิหน้าล้น

พาไปชิม ซูชิหน้าล้น เมนูต้อนรับปีใหม่ ที่ร้าน Star Chefs

พาไปชิม ซูชิหน้าล้น เมนูต้อนรับปีใหม่ ที่ร้าน Star Chefs

วันนี้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ The nine พระราม 9 กับเพื่อนๆพี่ๆ 4-5คน แล้วก็ได้เดินผ่านร้าน Star Chefs Maki Champion เห็นป้าย ซูชิหน้าล้น ตั้งเด่นอยู่หน้าร้าน เห็นรูปซูชิหน้าล้นๆ คำโตๆแล้วก็หิว ถามพนักงานที่ยืนหน้าร้านได้ความว่าเมนูนี้เป็นเมนูล่าสุดรับปีใหม่ ก็เลยของลองหน่อยแล้วกันเพราะครั้งที่แล้วก็ติดใจกับเมนู Shinkansen ที่ผ่านมา
หน้าร้าน
พอเดินเข้าร้าน เหล่าบรรดาเพื่อนๆ ก็จัดแจงเปิดเมนูดูด้วยความหิว ในเมนูจะมีแบบ set ที่จัดมาให้แล้ว กับ แบบสั่งเป็นคำเผื่อว่าในเซ็ทอาจจะมีหน้าที่เราไม่ชอบ ทางร้านได้จัดเซ็ท ไว้ถึง 6 set ด้วยกัน เลือกไม่ถูกจริงว่าจะทานเซ็ทไหน เลยจิ้มเซ็ทถูกสุดมาทานก่อนเลย ถ้าไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่มเอา ผมสั่ง set1 มา ในเซ็ทจะมี 5 คำ คือ
1. SALMON OYAKO แชลมอนไข่ปลาซูชิหน้าล้น
2. TUNA ทูน่าซูชิหน้าล้น
3. HIYASHI  WAKAME ยำสาหร่ายซูชิหน้าล้น
4. KANIKAMA ปูอัดซูชิหน้าล้น
5. EBITEM กุ้งเทมปุระซูชิหน้าล้น
แต่เห็นคำที่เป็นเนื้อวากิว แล้วน่าสั่งมาทานมาก ในสนนราคาคำละ 275 บาท (แพงที่สุดในเมนู)
เมนู
เมนู
ในแต่ละเซ็ทจะแถมซุปสาหร่ายมาให้ถ้วยนึงด้วยครับ แต่ละคำนี่เคี้ยวได้เต็มปากเต็มคำจริงๆ set แรก 5 คำ หมดภายในเวลาอันรวดเร็วมาก เลยลองสั่งแบบเป็นคำมาอีกดีกว่า SALMON ABURI แซลมอลย่างซูชิหน้าล้น กับ EBITEM กุ้งเทมปูระซูชิหน้าล้นคำนี้ติดใจซอสมายองเนสที่ราดบนตัวกุ้งเข้มข้นสะใจ อร่อยถูกปากจริงๆ

SET 1

1.SALMON OYAKO แชลมอนไข่ปลาซูชิหน้าล้น 2.TUNA ทูน่าซูชิหน้าล้น 3. HIYASHI WAKAME ยำสาหร่ายซูชิหน้าล้น 4. KANIKAMA ปูอัดซูชิหน้าล้น 5 .EBITEM กุ้งเทมปุระซูชิหน้าล้น

แซลมอนย่างซูชิหน้าล้น

แซลมอนย่างซูชิหน้าล้น

ซูชิหน้าล้น (30)

SET4 + SET6

ยำแซลมอนรวม

ยำแซลมอนรวม

ยำแซลมอนรวม จานนี้รสชาติเข้มข้น จัดจ้านดีเหมาะกับทานกับเบียร์เป็นอย่างมาก วัตถุดิบของ Star Chefs Maki Champion ที่นี่ค่อนข้างที่จะสดมาก และเป็นวัตถุดิบที่เป็นเกรด พรีเมี่ยม เพราะเชฟของที่นี่จะเน้นเป็นพิเศษของเรื่องความ ใหม่ สด และ สะอาด จะมาเป็นอันดับ 1 เลย เพราะฉนั้นทานได้แบบไม่ต้องกังวลเลย

ลาบแซลมอน

ลาบแซลมอน

ลาบแซลมอน เจอเมนูแกล้มเบียร์อีกแล้ว แซลมอนแร่บางๆ พอดีคำ น้ำยำปรุงรสมาแบบจัดจ้านผสมข้าวคั่ว แล้วโรยด้วยหอมเจียวกรอบๆ บนแซลมอนสดๆรสชาติดีเลยทีเดียว

UNAGI ปลาไหลซูชิหน้าล้น

UNAGI ปลาไหลซูชิหน้าล้น

UNAGI ปลาไหลซูชิหน้าล้น ราดซอสงาญี่ปุ่นกับซอสปลาไหลย่างที่เชฟปรุงขึ้นมาโดยเฉพาะ ราดบนตัวปลาไหลจนซึมเข้าเนื้อ โรยหน้าด้วยงาและสาหร่ายโอโนริ เพื่อเพิ่มความหอมกลมกล่อม อร่อยมากๆ

EBITEM กุ้งเทมปุระซูชิหน้าล้น

EBITEM กุ้งเทมปุระซูชิหน้าล้น

ENGAWA เอ็นกาวะซูชิหน้าล้น

ENGAWA เอ็นกาวะซูชิหน้าล้น

ENGAWA เอ็นกาวะซูชิหน้าล้น คำนี้เป็นคำที่ชอบอีกคำ ครีบปลาตาเดียววางบนข้าวปั้นที่ปรุงรสมาอย่างดี กินเข้าไปทั้งคำทีเดียว เวลาเคี้ยวมันช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดีเลย
ซูชิหน้าล้น
มาถึง พระเอกของเรา WAGYU เนื้อวากิวซูชิหน้าล้น  เนื้อวากิวย่างไฟ กิ่งสุกกิ่งดิบ 2แผ่นวางโปะลงบนข้าวปั้น โรยด้วยหอมเจียว ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ของStar chef รสสัมผัสของเนื้อที่นุ่มมากๆเต็มคำ มันช่างอร่อยมากกกกก

WAGYU เนื้อวากิวซูชิหน้าล้น

WAGYU เนื้อวากิวซูชิหน้าล้น

COKE

COKE

HOTATE หอยเชลล์ซูชิหน้าล้น

HOTATE หอยเชลล์ซูชิหน้าล้น

คำสุดท้ายลาไปด้วย หอยเชลล์ตำโต เต็มๆคำ HOTATE หอยเชลล์ซูชิหน้าล้น  มื้อนี้กินไปรวมๆเกือบ 10 ชิ้น อิ่มมากๆ เพื่อนที่มาด้วยคนถามว่า หน้าซูชิจะเยอะขนาดนี้ ทำไมเราไม่สั่ง ซาซิมิไปเลยล่ะ นั่งคิดอยู่แปป …. แต่จริงๆแล้วมันก็คนละฟีลลิ่งกันเลย กินเป็นคำๆ กับข้าวปั้นมันดูเหมือนจะถูกปากมากกว่า บอกไม่ถูกเหมือนกัน และก็กินได้หลากหลายกว่า แต่ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยไปทานที่ญี่ปุ่นเลยไม่รู้ว่าจะเทียบกันยังไง แต่เท่าที่ทานที่ Star Chefs แล้วอร่อยครับ ไปลิ้มลองความล้นของหน้าซูชิ กันได้ที่ Star Chefs Maki Champion ทั้ง 2 สาขา  ที่Terminal21 ชั้น 4  กับ The Nine พระราม 9 ชั้น 1 ครับ

บรรยากาศภายในร้าน

ร้านนั่งสบายย่านเอกมัย จิบชาคุณภาพ Peace Oriental Teahouse

ร้านนั่งสบายย่านเอกมัย จิบชาคุณภาพ Peace Oriental Teahouse

วันนี้เจอร้านชาร้านนึงบรรยากาศดี ร้านสวยสไตล์ Minimal ดูปลอดโปร่งโล่งๆนั่งสบายที่ย่านเอกมัย ต้นๆซอย นี้เองชื่อว่า Peace Oriental Teahouse ร้านจะอยู่ริมถนนด้านขวามือ ถ้ามาจาก BTS นี่ง่ายเลยครับ ลงประตูฝั่งบ้านไร่กาแฟแล้วเดินเข้ามาในซอยได้เลย ร้านจะอยู่ก่อนถึงเอกมัย ซอย 4 ครับ ลองไปชิมกัน
เมนูชาใหม่
Peace Oriental Teahouse_6546

Peace Oriental Teahouse_6493

TeaMaster

ภายในร้านจะมีเมนูชาประเภทต่างๆ ติดอยู่ให้เราได้เลือกกันครับชาที่นี่ก็จะมี ชาญี่ปุ่นกับชาจีน เยอะไปหน่อยไม่รู้จะเอาอันไหนดี TeaMaster ก็แนะนำ Gyokuro เป็นชาที่มีคุณภาพดีที่สุดในตระกูลชาเขียวญี่ปุ่น เมนู Gyokuro จะแบ่งเป็น 3 คอร์สด้วยกัน
Gyokuro
คอร์สที่ 1 จะเป็นการชงด้วยน้ำเย็น โดยนำใบชา Gyokuro แช่ในน้ำเย็นพอท่วมเป็นเวลา 8 นาที
Gyokuro
พอครบ 8 นาทีก็จะรินชาใส่ถ้วยชาจนน้ำในใบชาหมดจนหยดสุดท้าย เพราะการชงน้ำแรกสำคัญมากเพราะถ้ายังมีน้ำเหลืออยู่ในใบชา ก็จะเกิดการหมักไปเรื่อยๆ และการชงในน้ำต่อไปก็จะทำให้เสียรสชาติ และน้ำในปริมาณที่นำมาใช้นั้นก็ได้คำนวณเอาไว้อย่างเหมาสมแล้ว ฉะนั้นต้องให้หมดจนหยดสุดท้ายครับ ซึ่งพอเทน้ำจนหมดแล้วก็จะได้น้ำชามาปริมาณหนึ่งซึ่งไม่เยอะเลย
Gyokuro
พอได้ลองชิมดูแล้วรู้สึกได้ว่ารสชาติเข้มข้นมากถึงแม้ว่าสีน้ำชานั้นจะเป็นแค่สีเขียวอ่อนๆ รสชาติชาแบบนี้ไม่เคยได้ชิมมาก่อน จะมีรสชาตออกเค็มๆมันๆรสชาติกลมกล่อมบอกไม่ถูก TeaMaster บอกว่ารสชาตินี้แหละคือรส Umami ที่จะมีอยู่ในชา Gyokuro นี้
Gyokuro
คอร์สที่2 ชงแบบใช้น้ำร้อน และ คอร์สที่3  จะนำใบชา Gyokuro มาให้เราทานกันครับ จะมีกรารปรุงรสด้วย ซอสเปรี้ยวนิดหน่อยซึ่งเป็นซอสที่เข้ากันมากที่สุด เพิ่งเคยได้กินใบชาครั้งแรก รสชาติแปลกดี อร่อยไปอีกแบบ
Gyokuro
Peace Oriental Teahouse_6500
Peace Oriental Teahouse_6499
Peace Oriental Teahouse_6491
วันนี้มีเมนูขนมหวานด้วยเป็นโมจิใส้ถั่วแดง ห่อด้วยใบซากุระ รสชาติดีเลยทีเดียว และเมนูขนมหวานจะมีแค่ ศุกร์-อาทิตย์เท่านั้น
ต่อด้วยชาเขียวมัทฉะลาเต้เย็น ผง ชาเขียว มัทฉะคุณภาพสูงของร้าน Peace Oriental Teahouse นำเข้ามาจาก เมืองยาเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น วิธีทำคือนำมัทฉะผสมกับนมสดเย็นในถ้วยดินเผาญี่ปุ่นที่นำไปแช่เย็นมาแล้ว นำส่วนผสมทั้งหมดตีด้วยไม้ไผ่ จนเข้ากัน จนขึ้นฟองเนียนละเอียด  เมนูนี้อร่อยมากๆติดใจเลย
มัทฉะลาเต้
มัทฉะลาเต้
มัทฉะลาเต้

Peace Oriental Teahouse_6543

ร้าน Peace Oriental Teahouse แห่งนี้มี 3 ชั้นด้วยกัน

Peace Oriental Teahouse_6537

เหมาะที่จะเป็นที่อ่านหนังสือจิบชามากๆ มี Wifi ให้ใช้งานด้วย

Peace Oriental Teahouse_6492
ร้าน Peace Oriental Teahouse เหมาะที่จะเป็นที่อ่านหนังสือจิบชามากๆ มี Wifi ให้ใช้งานด้วย ร้านเปิดทุกวัน Sun-Thurs: 12.00 – 20.30  Fri-Sat: 12.00 – 23.00   ใครที่หลงใหลในชาต่างๆไม่ควรพลาดเลยครับ สรุปนั่งชิมชา คุยกับ TeaMaster ไปเกือบ 2 ชั่วโมงเวลาผ่านไปไวมากๆ วันนี้ลาไปก่อน ขอบคุณครับ

Yooganethailand

ต้นตำรับมาเอง Yoogane ร้านไก่ผัดซอสชื่อดังจากเกาหลีเปิดแล้วที่สยาม

ต้นตำรับมาเอง Yoogane ร้านไก่ผัดซอสชื่อดังจากเกาหลีเปิดแล้วที่สยาม

ช่วงนี้กระแสเกาหลีมาแรงมาก และได้ข่าวว่ามีร้านไก่หมักซอสคาลบี้ชื่อดังในเกาหลี Yoogane มาเปิดที่สยามสแควร์ ด้วยความที่เป็นร้านใหม่และเป็น Chicken Galbi เกาหลีต้นตำรับแท้ๆที่เปิดมานานตั้งแต่ปี 1981 จุดเด่นของที่นี่ก็คือจะมีพนักงานมาปรุงสดๆให้กับเราที่โต๊ะเลย แบบนี้ต้องขอไปลองชิมซักหน่อยว่าจะเป็นอย่างไร

Yoogane Thailand

ร้าน Yoogane นี้จะตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ โซนบายพาส ด้านหลังของสยามสแควร์วัน ใครที่เดินสยามบ่อยๆน่าจะหาร้านกันไม่ยากครับ  ตัวร้านมี 2 ชั้น มีโต๊ะรองรับลูกค้าเยอะเลยครับ

Yoogane Thailand

เมนูมีหลากหลายราคาครับ มีหลายขนาดด้วย จะมีไก่เป็นหลักและซีฟู้ดครับ ลองสั่งเมนูแนะนำดีกว่า Cheese Chicken Galbi เมนูนี้มีขนาดเดียวครับ M 750 บาท  กะทะใหญ่มากกินได้ 3-4 คนได้สบายๆ

Yoogane Thailand

Cheese Chicken Galbi

พอเอาเตามาวางพนักงานก็จัดเตรียมของลงกะทะ แล้วจัดการปรุงให้เราเลยครับ ทุกโต๊ะจะมีพนักงานคอยปรุงให้เรานะครับ เราไ่ม่ต้องทำเอง ดีเลยครับแบบนี้ รอกินอย่างเดียว

Yoogane Thailand

Cheese Chicken Galbi

พอคลุกเคล้าซอสคาลบี้กับไก่และส่วนผสมทุกอย่างจนเข้าที่แล้ว ชีสด้านข้างก็เดือดพอดีเตรียมตัวกินกันได้เลย วิธีกินก็คีบไก่นำไปจุ่มกับชีสร้อนๆแล้วกินได้เลย ไปกันหลายคนกินแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบครับ
JinroSoju
JINRO Soju ไหนๆก็มาร้านเกาหลีทั้งทีก็ไม่ควรพลาดโซจูนะครับ เย็นเจี๊ยบ หวานๆ กินแกล้มกับไก่เข้ากันอย่างดีเลย ซึ่งจริงแล้วมันกินกับอะไรก็ได้แหละครับ

Yoogane Thailand

Japchae

Japchae  ฉับเช หรือเรียกง่ายๆเลยก็คือ ผัดวุ้นเส้นแบบเกาหลี ผักหลายชนิดกับเห็ดแครอท ใส่เนื้อไก่ มาผัดรวมกับวุ้นเส้นปรุงด้วยซอสหวานๆ ผัดๆจนเข้ากัน หน้าตาดูแล้วธรรมดาๆแต่พอได้ลองชิมแล้ว….มันก็อร่อยดีนะ รสชาติดีเลยทีเดียว เมนูนี้แนะนำเลยครับ
Yoogane Thailand
Seafood and chicken Galbi จานนี้เป็นซีฟู้ดครับ ก็จะมีกุ้งหอยปลาหมึก จานนี้จะเป็นแบบที่ปรุงสำเร็จมาเลยจากในครัวครับ ไม่ต้องมาปรุงนี้หน้าเตาเรา เป็นจานเล็กๆมาคนเดียวสั่งแบบนี้ได้เลยครับถ้าเป็นกะทะคงจะกินไม่หมดแน่ๆ

Milkis Can,Chilsung Mug

เครื่องดื่ม2กระป๋องนี้ Importมาจากเกาหลีด้วย เป็นสไปรท์เกาหลี กับ นมเปรี้ยวโยเกิตโซดา

ส่วนใครที่อยากมาลิ้มลองไก่ผัดซอสอันดับ1จากเกาหลี ช่วงเปิดร้านใหม่ตอนนี้ Yoogane thailand ก็มีโปรโมชั่นลด 30%สำหรับเมนูพิเศษด้วยครับ ติดตามกติกาได้ใน Faecbook Fanpageได้เลย https://www.facebook.com/yooganethailand แล้วอย่าลืมไปอิ่มอร่อยกันนะครับ

Capri'z Wine & Vibes20

Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest ร้านอาหารอิตาเลี่ยนบรรยากาศดีในย่านพร้อมพงษ์

Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest ร้านอาหารอิตาเลี่ยนบรรยากาศดีในย่านพร้อมพงษ์

วันนี้ลองปลี่ยนบรรยากาศไปทานอาหารอิตาเลี่ยนซะหน่อย Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ แถวนี้จะมีชาวญี่ปุ่นอยู่กันเยอะเลย ร้านนี้ตั้งอยู่ในโครงการเดอะ แมนเนอร์ ชั้น 2 เลี้ยวเข้าซอยมาโครงการจะอยู่ทางด้านขวามือ นำรถเข้ามาจอดในโครงการได้เลย แล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น 2 ครับ
คาพริซ ไวน์ และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
เดินเข้ามาในร้านจะเจอบาร์ก่อนเลยครับ สามารถนั่งที่เคาน์เตอร์ไวน์หรือเบียร์ได้เลย ส่วนด้านซ้ายของร้านจะเป็นส่วนของโต๊ะอาหาร และเมื่อมองมาทางด้านขวามือของร้าน จะมีห้องแสงไฟสลัวควมคุมอุณหภูมิ ไว้หรับเก็บไวน์ของทางร้านครับ
คาพริซ ไวน์ และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์ และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
มุมที่นั่งทานอาหารแสงสวยงามบรรยากาศดี ร้าน Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest มีมินิแกลลอรี่ด้วยครับเจ้าของที่ นี่เป็นนักถ่ายภาพด้วย ภาพสวยมาก เลยนำผลงานมาประดับที่ร้านให้ชมกัน และทุกสุดสัปดาห์ก็จะมี มีทติ้งเล็กๆ พูดคุยเรื่องถ่ายรูปนำภาพถ่ายมาแชร์กัน ถือว่าเป็นที่รวมกลุ่มเล็กๆนักถ่ายรูปได้เลยครับ
มินิแกลลอรี่
เริ่มที่เมนูแรกเลยครับเป็น Appetizers จะเป็นขนมปังกระเทียม 4 หน้าด้วยกัน แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศ เห็ด และ มะกอกครับ ขนมปังอบใหม่ๆ กรอบนอกนุ่มใน

ขนมปังกระเทียม

Appetizers

Grilled Pork with Spicy Thai Chill Sauce 270++ เมนูนี้เป็นคอหมูย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว  คอหมูที่นี่จะใช้เป็นคอหมูจากญี่ปุ่นครับ หมักกับเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทางร้านจนนุ่มแล้วนำไปย่าง เมนูนี้ขอบอกว่าเป็นเมนูแกล้มเบียร์ได้ดีทีเดียว คอหมูย่างนุ่มๆกับน้ำจิ้มรสเด็ดเข้ากับเบียร์มาก เมนูนี้สั่งมา2จานเลย

คอหมูย่าง

Grilled Pork with Spicy Thai Chill Sauce

Tuna Tartare with Coriander 270++  สลัดทูน่าทาทาร์ จัดจานมาอย่างสวยงาม ทูน่าดิบวางบนเลม่อน ชิ้นบางๆ มีไข่ดิบ กับ ทาทาร์ซอส นำทุกอย่างมาคลุกผสมรวมกัน ส่วนตัวเพิ่งเคยทานแบบนี้ครั้งแรกเลยรู้สึกแปลกๆแต่ก็อร่อยดีครับ

ทูน่าสลัด ทาทาร์

Tuna Tartare with Coriander

Special Menu  Pan Fried Foie Gras with Balsamic Sauce 490++  เมนูพิเศษของวันนี้เป็นฟัวกราส์ ตับห่านชิ้นโตราดด้วยซอสบัลซามิค (น้ำส้มสายชูชั้นเยี่ยมจากอิตาลี่) รสชาตนุ่มชุ่มลิ้นมาก เมนูนี้ไม่มีทุกวันครับ แต่ละวันเมนูพิเศษจะไม่เหมือนกันครับ สอบถามกับทางร้านได้เลย

ตับห่าน

Pan Fried Foie Gras with Balsamic Sauce

-Spaghetti Carbonara 260++ สปาร์เก็ตตี้ คาโบนาร่า เป็นเมนูเบสิคเลยของผู้ที่ชอบทานสปาร์เก็ตตี้ ที่นี่จะทำไปอบก่อนนำมาเสิร์ฟ ให้ลูกค้าครับ ทำให้เส้นกรอบๆนิดๆราดด้วยครีมซอส อร่อยไปอีกแบบครับ

คาโบนาร่า

Spaghetti Carbonara

-Spaghetti Wagyu Beef and pork Ragout “Bolognese” Style 390++ สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ เนื้อที่นี้จะใช้เป็นเนื้อวากิวครับมาสับละเอียดแล้วมาปรุงเป็นซอสราดสำหรับเมนูนี้ คนที่ชอบเนื้อคงถูกใจไม่น้อยเลย

สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อวากิว

Duck confit with baby white Beans and Bacon in Red Wine Sauce

Duck confit with baby white Beans and Bacon in Red Wine Sauce 550++ เมนูนี้เป็นขาเป็ด นำมาทอดจนหนังกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาพร้อมเบค่อนถั่วขาว เป็นเครื่องเคียง เนื้อเป็ดนุ่มกำลังดีเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่น่าพลาดของร้านนี้ครับ

ขาเป็ดทอด

Duck confit with baby white Beans and Bacon in Red Wine Sauce

เบียร์อิตาลี่ที่มาชิมวันนี้
Menabrea Blonde Lager for THB 175
Birra Roma Bionda for THB 200
Birra Roma Ambrata for THB 200
L’Olmaia La “5” for THB 200
L’Olmaia La “9” for THB 200
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
ใครที่มาแถวพร้อมพงษ์หรือ อยู่แถวย่านนี้ Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest น่าจะเป็นร้านอาหารอีกร้านหนึ่งที่น่าไปลองทานกัน บรรยากาศดี ราคาไม่แพง เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนแบบฟิวชั่น น่าจะถูกปากสำหรับคนไทยไม่น้อยเป็นที่พบปะสังสรรค์หลังเลิกงานได้ดี ร้านนี้เปิดกลางวันด้วยนะครับ 2 ช่วง ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น และช่วงเย็น 16.00-22.00 สามารถติดต่อหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-662 -4072 หรือ 086-9290444  หรือ https://www.facebook.com/caprizwv

เชฟอาร์ต

สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต

สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต

วันนี้ได้มีโอกาสได้ไปทานอาหารแบบค่ำสุดพิเศษกับ Chef’s Table กับ เชฟอาร์ต แต่เมื่อพูดถึง Chef’s Table บางคนอาจจะได้ยินชื่อนี้มาบ้างแล้วแต่สำหรับบางคนอาจจะไม่รู้ว่าคืออะไร จริงๆแล้วถ้าแปลตรงตัวเลยก็คือ โต๊ะอาหารที่อยู่ในครัวของเชฟ ซึ่งในต่างประเทศนั้น เทรนด์ นี้กำลังมาแรงมาก พ่อครัวที่มีชื่อเสียงดังๆก็มักจะมีการเรียกร้องจากแฟนๆอาหารของเขา ให้จัดรูปแบบการทำพิเศษๆให้ทานกัน ก็คือการเปิดครัวของเชฟท่านนั้นและเชฟก็จะปรุงอาหารให้เราได้ดูและเสิร์ฟให้ทานทันทีเลยครับ
เชฟอาร์ต092

เชฟอาร์ต098
เมื่อมาถึงบ้าน เชฟอาร์ต แล้ว เชฟก็ออกมาต้อนรับ แล้วพาพวกเราเข้าไปในบ้านเลยครับ พอเปิดเข้าไปในบ้านชั้น 1 ก็จะเห็นโต๊ะขนาดใหญ่มีเก้าอี้ 5-6  ตัวล้อมรอบ และจะมีเตาด้านหลังสำหรับปรุงอาหารให้เราได้ทานกันครับ อารมณ์เหมือนมาร้านอาหารเลยจัดได้สวยงาม
เล่าประวัตเชฟอาร์ตคร่าวๆกันก่อนดีกว่าครับ เชฟอาร์ต หรือ คุณศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ปัจจุบันเป็นครูสอนทำอาหารที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ที่โรงแรมดุสิต และยังเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้กับบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และยังเป็นผู้ที่คิดค้นเมนูให้กับร้านภูภิรมย์ ที่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย อีกด้วย
เชฟอาร์ต ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์
เมนูวันนี้วันนี้ที่เราจะมาทานกันยังไม่ทราบชื่อครับ รู้แต่เพียงว่าโจทย์เมนูในวันนี้ ทำจากเนื้อเป็นส่วนใหญ่ ต้องรอเสริฟถึงจะรู้เลย และเมนูจะไม่ซ้ำกันเลยนะครับในแต่ละครั้ง และนี่แหละเป็นเสน่ห์ของ Chef’s Table ที่พวกเรามาทานกันในวันนี้ครับ
ห้องอาหาร
บรรยาการภายในบ้านที่ออกแบบให้ชั้น 1 เป็นครัวแบบสวยงามและยังมีห้องขนาดกลางแยกไว้อีกห้องหนึ่งไว้สำหรับไว้ต้อนรับแขกที่มาเยอะเกิน 10 ท่าน ก็สามารถมานั่งที่ห้องนี้ได้ครับ แต่พวกเรามากันไม่เยอะ เลยนั่งล้อมรอบโต๊ะที่เชฟทำอาหารจะดูสะดวกกว่า เพราะว่าจะได้นั่งคุยได้สะดวกและดู เชฟอาร์ต ทำอาหารได้ด้วย
เชฟอาร์ต131
เชฟอาร์ต135
มาถึงเราก็นั่งกันเลยครับ ในวันนี้มีเชฟผู้ช่วยอีก 2 ท่านครับ ค่อยต้อนรับและดูแลพวกเราเป็นอย่างดีเลย เริ่มจากเสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับกันเลยครับ ซึ่งก็คือ ลีโอเบียร์ แก้วมัคแช่เย็นเจี๊ยบ
เชฟอาร์ต102
เชฟอาร์ต006
เชฟอาร์ต130
เชฟอาร์ต090

ไวน์แช่เย็น

เครื่องดื่มที่เตรียมไว้สำหรับค่ำคืนนี้ครับ

แก้วแช่เย็น

แก้วเบียร์แช่เย็นเตรียมพร้อม

เชฟอาร์ต013เมนูแรกเป็นหอยแมลงภู่ออสเตรเลีย เป็นหอยที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารจึงทำให้มีรสชาตอร่อยมากครับ เมนูเบาๆกินกับขนมปังกระเทียม แกล้มกับไวน์ขาว มันช่างเข้ากันมาก
เชฟอาร์ต015
เชฟอาร์ต019
เมนูที่2 ต่อไปเห็น เชฟอาร์ต เอากุุ้งออกมาทอดจะทำเป็นอะไรนะ กลิ่นแตะจมูกหอมมากๆ ดูกุ้งตัวโตมากเลยถามเชฟว่าคือกุ้งอะไร เชฟก็บอกว่านี่คือกุ้งล็อบสเตอร์ ซึ่งเมนูนี้มีชื่อว่า ล็อบสเตอร์ เบียร์บัตเตอร์ Lobster bisque with tail&claw
ล็อบสเตอร์
ล็อบสเตอร์
Lobster
เชฟอาร์ต025
นำล็อบสเตอร์ มาจัดเรียงใส่จานอย่างสวยงาม แล้วก็นำครีมซอสราดบนตัวกุ้ง เนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ตัวโตๆกัดแล้วเนื้อเด้งมาก เต็มคำกินแล้วมีความสุขมาก อร่อยจริงๆ
เชฟอาร์ต036
เชฟอาร์ต031
เชฟได้ปั่นครีมซอสให้เป็นฟองเนียนละเอียดแล้วนำมาราดบนตัวกุ้ง เพื่อเพิ่มรสสัมผัส ได้ซุปที่เนียนนุ่มนำมาราดบนตัวกุ้ง ซุปนี้เชฟเล่าให้ฟังว่าได้นำหัวกุ้งกุ้งล็อบสเตอร์ จำนวนมากที่ฟรีสเก็บไว้ออกมาต้มทำเป็นซุป เวลาทานแล้วจะรู้ได้เลยว่ารสชาติเข้มข้นจริงๆ มันกุ้งเยอะจริงๆ เมนูนี้ทานกับไวน์ขาว อร่อยครับเข้ากันมากๆ
เชฟอาร์ต049
เชฟอาร์ต050
เชฟอาร์ต055
เมนูที่ 3. Ox tongue boiled with Leo beer salad with honey mustard dressing  จานนี้เป็นลิ้นวัวครับ จานนี้มีส่วนผสมของเบียร์ลีโอด้วย ผักสลัดราดด้วยซอส honey mustard  เคียงด้วยมะเขือเทศ ซึ่งทั้งสามอย่างเมื่อทานพร้อมกันจะเข้ากันมากๆเลย ลิ้นวัวชิ้นนี้เชฟอาร์ตได้หมักไว้นานข้ามคืน จนลิ้นวัวชิ้นนี้นุ่มมากสามารถใช้ส้อมตัดออกได้เลย แล้วแร่เป็นชิ้นบางๆพอดีคำ เวลาทานแล้วแทบจะละลายในปาก ผมไม่เคยทานลิ้นวัวที่นุ่มแบบนี้มาก่อน จานนี้ทานคู่กับไวน์แดงครับเข้ากันมาก
เชฟอาร์ต072
เชฟอาร์ต078
เชฟอาร์ต076
เมนูที่ 4.Homemade fettuccine lamb n wild mush room ragu  เฟตตูชินี่ราดด้วยซอสเนื้อแกะซึ่งเนื้อแกะนั้นไม่มีกลิ่นคาวเลยเนื้อแกะนุ่มหอมหวานชุ่มฉ่ำมากพร้อมโรยด้วยชีส เส้นเฟตตูชินี่ เชฟทำเองด้วย เนื่องจากเป็นเส้นแบนทำให้ซอสนั้นเคลือบกับเส้นให้ได้เยอะทั่วเส้น อร่อยครับ
เชฟอาร์ต085
เชฟอาร์ต099
เครื่องนี้คือเครื่องสำหรับตัดเส้นเฟตตูชินี่ สามารถตัดเส้นเล็กใหญ่แค่ได้ได้หมดเลย สามารถปรับได้หลายแบบเลย ขนาดไม่ใหญ่ แต่น้ำหนักเยอะอยู่พอสมควรครับ
เชฟอาร์ต087
เมนูที่ 5. Ox cheek basting with Leo beer wild mushroom risotto and beef  จานนี้เป็นเมนคอสของวันนี้เลยครับ เป็นเนื้อUSครับ ริบอายชิ้นโต สุกแบบมีเดียม ทานพร้อมกับ risotto แครอทและมัน  เนื้อนุ่มมากทานพร้อมกับไวน์แดงอีกเหมือนเคย
เชฟอาร์ต108
เชฟอาร์ต110
เชฟอาร์ต115
เชฟอาร์ต089
เมนูสุดท้าย ของหวาน Chocolate fondant with berries n vanilla ice cream เค้กชอกโกแลตสอดไส้ และผลเบอรรี่2ชนิดกับซอสเสาวรสกับไอศกรีมวนิลา โรยด้วยน้ําตาลไอซิ่ง เมนูของหวานนี้ ความเปรี้ยวของผลเบอรี่ตัดกับความหวานของเค้กชอกโกแลตได้ดีเลยทีเดียวครับ
เชฟอาร์ต120
เชฟอาร์ต125
ชอกโกแลตที่สอดใส้อยู่ด้านในของตัวเค้กครับ ซึ่งเชฟอาร์ตจะนำเค้กไปอบก่อนโดยใช้เวลาไม่นาน จึงทำให้ชอกโกแลตที่อยู่ด้านในของตัวเค้กละลาย แล้วจึงเสริฟทันทีครับ ทานพร้อมกับไอศกรีมวนิลา ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวมากครับ
เชฟอาร์ต124
ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทานอาหารตั้งแต่ 1 ทุ่ม เผลอแป๊ปเดียว 5 ทุ่มกว่าแล้ว กับ 6เมนูอาหาร ที่ เชฟอาร์ต ทำให้ทานพร้อมพูดคุยและดูวิธีการทำอาหารของเชฟเวลาผ่านไปเร็วมาก สำหรับผู้ที่สนใจ Chef’s Table ที่นี่จะรับขั้นต่ำที่ 4 คนขึ้นไปและไม่เกิน 16คน ราคาจะคิดต่อคนเลยครับ ขั้นต่ำอยู่ที่ 3500 บาท ขึ้นอยู่กับคอสของเมนูอาหารปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมครับ
เชฟอาร์ต127
เชฟอาร์ต126
และที่สำคัญจะต้องให้คนที่เคยมาทานแล้วแนะนำเข้าไปนะครับแนะนำแบบปากต่อปาก เพราะเชฟอาร์ตจะค่อนข้างสกรีนคนที่จะเข้าทานพอสมควรครับ และเมือนว่าจะต้องจองเป็นเดือนเลยครับ เพราะมีผู้ให้ความสนใจมากอยู่พอสมควร อย่างไรใครที่สนใจในความ Exclusive ของ Chef’s Table ก็ลองเข้าไปติดต่อสอบถามดูได้ที่ IG ของ เชฟอาร์ต ได้เลยครับ @CHEFFYART

หมายเหตุ มีน้องๆ อีก 7 คนที่ไปทานอาหารด้วยกัน ไปอ่านความคิดเห็นมุมต่างของแต่ละคนได้ที่นี่ครับ
  1. อาหารที่ปรุงจากเบียร์ by เชฟอาร์ต
  2. สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต
  3. Chef’s Table By เชฟอาร์ต ที่นี่..อาหารคือความสุข
  4. สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและลิ้มรสความอร่อยไปกับ Chef’s Table
  5. Chef’s Table By Chef Art ประสบการณ์สุด Exclusive ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต
  6. เปิดเมนูใหม่สุดพิเศษในสไตล์ Chef’s Table by เชฟอาร์ต
  7. เปิดประสบการณ์ความอร่อยในรูปแบบ Chef’s Table ไปกับ เชฟอาร์ต
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

จากชาจีนธรรมดาสู่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ในปัจจุบัน

จากชาจีนธรรมดาสู่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ในปัจจุบัน

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดจริงๆแล้วมาจากประเทศจีนมีประวัติยาวนานถึง 4000 ปี ประวัติของชาในประเทศญี่ปุ่นนั้นเล่ากันว่าพระนักบวชชาวญี่ปุ่นนั้นได้เดินทางไปเรียนรู้ศึกษาศาสนาพุทธนิกายเซ็นและวัฒนธรรมในประเทศจีน และหลังจากกลับมาได้นำใบชาและเมล็ดชาจำนวนหนึ่งกลับมาญี่ปุ่น และนำชาไปถวายจักรพรรดิ จึงเกิดชอบในรสชาติขึ้นมา เลยได้นำต้นชานั้นไปปลูกในสวนสมุนไพร ในบริเวณราชวังและ ต่อมาชาได้แพร่หลายไปในแถบภูมิภาคคิงคิ เกียวโต แต่ความนิยมยังคงมีอยู่แต่ในเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น  ต่อมาได้เกิดประเพณีพิธีกรรมการชงชาและศิลปะแห่งการดื่มชาญี่ปุ่นซึ่งแฝงปรัชญาแห่งชีวิตและยังเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มเพื่อสุขภาพและใช้ในการรักษาโรคอีกด้วย
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
ชาเขียวมัทฉะ  คือหนึ่งใน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป โดยใช้ใบชาเขียวมาบดโดยครกหินจนละเอียดกลายเป็นผง จึงทำให้มีราคาสูง และพิธีการชงชาของญีปุ่นก็ใช้ Matcha ในการชงชาอีกด้วย  อุปกรณ์หลักๆที่จะชงชาจะมี แปรงสำหรับชงชา ช้อนไม้ไผ่สำหรับตักชาและถ้วยชา ซึ่งถ้วยชาของแต่ละบ้านต่างก็จะใช้ถ้วยที่สวยงามโชว์ศิลปะเฉพาะตัวของแต่ละบ้าน  บางบ้านถึงกับมีถ้วยประจำตระกูลกันเลย ซึ่งถ้าเป็นพิธีใหญ่ๆก็จะมีอุปกรณ์ที่เยอะกว่านี้
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้_26
Credit ภาพจาก anewleafteaco
แบบ เซนชะ คือชาเชียวที่ดื่มกันแพร่หลายมาก น้ำชามีสีเขียวอ่อน มีกลิ่นที่หอมสดชื่น ดื่มแล้วสุขภาพดี ผ่านกรรมวิธีการนึ่ง Steaming แล้วนำมาอบให้แห้ง และแบบถุงชา แบบนี้จะง่ายต่อการดื่มมาก เพียงแค่ชงกับน้ำร้อนก็สามารถดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ได้เลย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

เซนชะ แบบใส่มาเป็ถุงเล็กๆ ชงน้ำร้อนได้เลย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้_14

รูปดอกชา

ดอกชานี้จะไม่ค่อยได้เห็นกันซักเท่าไหร่นักเพราะว่าเค้าจะเก็บออกหมดเพื่อให้ยอดใบชาได้สารอาหารมากที่สุดเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุดครับ การเลือกดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แนะนำว่าไปหาซื้อตามห้าง ที่เป็นแบบผงหรือซอง แล้วนำมาชงเองจะดีที่สุดครับ เพราะว่าเรามารถเลือกคุณภาพของชาเขียวได้เลย ชาที่คุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมก็จะมีราคาค่อนข้างสูงหน่อย แต่ว่าถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่เราจะได้รับจากชาเขียว แต่ถ้าไปซื้อแบบขวดที่วางขายทั่วไปก็อาจจะไม่ได้คุณภาพที่แท้จริงของชาเขียว เพราะว่าปริมาณชาเขียวที่น้อย เพราะว่าส่วนใหญ่มีส่วนผสมของน้ำตาลซะมากกว่า ซึ่งคนส่วนมากยังไม่รู้ตรงนี้ครับ เพราะว่าการดื่ม ชาเชียวญี่ปุ่นแท้ ให้ได้ประโยชน์ที่สูงสุดนั้น ควรจะดื่มตอนร้อนๆ ชงใหม่ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นใดๆมาเจือปนจะดีที่สุดครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
และในทางการแพทย์นั้นมีการวิจัย เกี่ยวกับ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์ต่อร่างการมาก มีสารสำคัญที่พบได้คือ กรดอะมิโน วิตามิน B C E สารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ เช่น ธิโอฟิลลีน คาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า แคททีชิน แคททีชิน และสารที่พบมากที่สุดในชาเขียว สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต ซึ่งสารตัวนี้มีความสามารถในการต้านสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งชาเขียวยังใช้ในการลดความอ้วน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสารเมตาบอลิซึม(Metabolism) จึงเผาผลาญพลังงานและไขมันได้มากทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นครับ ที่สำคัญควรดื่มก่อนการออกกำลังกายนะครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
ปัจจุบันไร่ชาทางภาคเหนือของเราก็มีชาที่คุณภาพดี ไร่บุญรอดก็เป็นหนึ่งในนั้น Maruzen จากประเทศญี่ปุ่นมาจึงได้มาร่วมทุนตั้งโรงงานในไทย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโรงงาน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ 100% มาเปิด ซึ่งจะทำให้เราได้ดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆกันครับ ซึ่งจะมาเล่าใน Blog ต่อไปนะครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่น ชาอูหลง ชาอังกฤษ ชา3ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่น ชาอูหลง ชาอังกฤษ ชา3ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร

คำถามนี้น่าจะมีหลายคนยังสงสัยกันอยู่ว่าชาทั้งสามชนิดนี้มันแตกต่างกันอย่างไร ชาเขียวญี่ปุ่น ชาอูหลงและชาดำ จริงๆแล้วชาทั้ง 3 ชนิดนี้ มันก็มาจากชาต้นเดียวกันนั่นแหละครับ ต่างกันแค่อย่างเดียวเลยก็คือกระบวนการ oxidation ก็คือสารที่อยู่ในใบชาทำปฏิกิริยากันกับออกซิเจน เคยสังเกตุกันไหมครับที่ใบไม้หล่นจากต้นแล้วทับถมกันจนกลายเป็นสีน้ำตาล ดูได้จากรูปด้านล่างเลยครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
จากรูปจะเห็นได้ว่า ชาขาว และ ชาเขียวญี่ปุ่น จะผ่านกระบวนการน้อยที่สุดเลย เพราะต้องการคงความสดที่สุดของใบชา หลังจากที่เก็บยอดใบชาอ่อนจากยอกมาแล้วจึงปต้องเข้ากระบวนการ อบไอน้ำเลยซึ่งจะทำให้ใบชานั้นสุกซึ่งจะยังคงสารคลอโรฟิลล์เอาไว้ เราจึงเห็นใบยยังคงเป็นสีเขียวอยู่ จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการทำให้แห้งต่อไป
ส่วนชาอูหลงก็ทำในลักษณะเดียวกันเพียงแต่ไม่อบไอน้ำ  แต่จะให้ชานั้นทำฏิกิริยากับอากาศให้สารคลอโรฟิลล์จึงค่อยๆหายไปประมาณ 70-80 % จึงทำให้ใบชานั้นมีสีน้ำตาลและชาดำ หรือ แบล็คทีก็ทำเหมือนชาอูหลงครับ แต่จะให้ใบชาทำฏิกิริยากับอากาศให้สารคลอโรฟิลล์หายไปทั้งหมด 100% ชาจึงเป็นสีดำครับ
ในประเทศไทยนั้นจังหวัดเชียงรายถือเป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีเลยครับ ทาง Maruzen ญี่ปุ่นจึงเล็งเห็นความสำคัญนี้จึงได้มาร่วมทุนเปิดโรงงานผลิต ชาเขียวญี่ปุ่น ที่เชียงรายนี้ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานต้นแบบแห่งแรกที่เป็นแบบต้นตำรับญี่ปุ่น 100% และถือว่าเป็นครั้งแรก ของการเพาะปลูกและผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่นด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

โรงงาน Maruzen โรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

Maruzen เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บุญรอดฟาร์ม กับ Maruzen Japan โรงงานผลิต ชาเขียวญี่ปุ่น 100% ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องจักรทั้งหมดและรวมไปถึง Know-how ได้เอามาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด แต่วัตถุดิบก็คือต้นชาจะใช้ของที่นี่ครับ ซึ่งก่อนที่จะร่วมทุนทางญี่ปุ่นได้มาทดสอบใบชาที่ไร่นี้แล้วว่าเพราะเวลานำไปทำชาเขียวญี่ปุ่นแล้วมีคุณภาพและรสชาติที่ดี มีคาแรคเตอร์เฉพาะและมีกลิ่นไอของญี่ปุ่น 100% ซึ้งผมได้มีโอกาส เข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน Maruzenนี้ด้วย โรงงานนี้ตั้งอยู่ในไร่บุญรอดครับ เป็นโรงงานระบบปิดและไร่ชานี้สามารถเก็บผลผลิตและส่งเข้าโรงงานได้เลยทั้งปี

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สวนสิงห์-มารุเซ็น

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สวนสิงห์-มารุเซ็น

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ภาพการเก็บชาโดยใช้เครื่องตัด ใช้คน 2 คนช่วยกัน โดยจะตัดส่วนยอดของใบชา แล้วเดินตัดเป็นทางยาว

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

การคัดแยกเอาก้านชาที่ใหญ่เกินไปออก

การเก็บใบชาของที่นี่ จะมี 2 แบบครับ 1.ใช้เครื่อง 2.ใช้มือ ชาในไร่นี้จะใช้ชาอูหลงเบอร์ 12 แต่ถ้าเป็นการทำชาแบบพรีเมี่ยมจะใช้คนในการเก็บยอดอ่อนเท่านั้นครับ จะมีอีกแปลงชานึงครับจะมี หลังคาคลุมอย่างดีเพื่อควบคุมแสงแดดครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
ส่วนนี้จะเป็นจุดพักยอดใบชาเขียวครับ จะมีลมเป่าอยู่ด้านล่างตลอดเวลาเพื่อให้มีอากาศหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ใบชาได้หายใจ ไม่ให้เกิดปฏิกริยากับอากาศครับเพื่อรอลำเลียงไปในขั้นตอนการอบไอน้ำ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

จุดพักชาเพื่อส่งต่อไปอบไอน้ำ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ขั้นตอนนี้คือการปั่นให้ใบชาแห้ง

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ไลน์การผลิตใช้เครื่องจักรในการทำงานทั้งหมด

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ใบชาซึ่งผ่านการอบไอน้ำแล้วปั่นจนแห้งเป็นเส้นๆ

เยี่ยมชมโรงงานกันเสร็จแล้ว รู้สึกทึ่งมากเลยครับ ชาเขียวญี่ปุ่น นั้นมีวิธีการทำที่ ไม่กี่อย่างเอง แต่ว่า การที่จะรู้ถึงขั้นตอนว่าจะต้องทำอะไรอย่างไรก่อนหน้าหลังนั้นจะต้องรวบรวมกรรมวิธีและความรู้สั่งสมประสบการณ์มาอย่างช้านาน ถือว่าเป็น Know-How ที่ทางญี่ปุ่นนั้นนำมาใช้ด้วย คนญี่ปุ่นดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมและยังถือว่าเป็นยาอย่างหนึ่งช่วยลดความอ้วน ต่อต้านสารอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ดื่มแล้วสดชื่น ลดคอเลสเตอรอล มีประโยชน์เยอะมากจริงๆเพื่อสุขภาพดีที่ดีถ้ามีโอกาสก็ลองหามาทานกันดูนะครับ

Maki Champion

Star Chefs Maki Champion มากิร้านอร่อยที่การันตีโดยเชฟมิชลิน

Star Chefs Maki Champion มากิร้านอร่อยที่การันตีโดยเชฟมิชลิน

ปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นได้เปิดขึ้นเยอะมาก ราวอย่างกับดอกเห็ด จนเราสับสนว่าจะเข้าร้านไหนดี แต่ละร้านต่างกันอย่างไร ร้านไหนอร่อย บางคนชอบทานปลาดิบ บางคนชอบซูชิ พูดถึงซูชิเพื่อนๆเคยได้ยินเมนูที่ชื่อว่า มากิซูชิ ไหมครับ แล้ว Maki คือ อะไร จะต่างจากซูชิ ธรรมดาๆ อย่างไร วันนี้เราจะไปลองทานร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Star Chefs Maki Champion กันครับ ร้านนี้จะแตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆอย่างไร เราจะไปลองกันครับ

Maki Champion

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ The Nine Rama9 ครับ Star Chefs Maki Champion จะอยู่ตรงกลางๆติดกับร้านเค้ก Farm design เลย จุดเด่นๆของร้านนนี้เลยจะเน้นที่ มากิ ครับ มากิ นั้นจะแตกต่างกับซูชิอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนเลย ตรงที่ซูชินั้นจะใช้มือการปั้นข้าวแล้วนำเนื้อปลาไปวางบนข้าว ส่วนมากินั้นถ้าแปลตรงตัวเลยก็จะแปลว่าม้วน ครับ ถ้ามองภาพไม่ออกให้นึกถึงข้าวห่อสาหร่ายครับ ประมาณนั้นเลย มาถึงหน้าร้านเราจะเห็นป้ายที่มีรถไฟอยู่ครับ เราจะมาดูว่ามันคืออะไรกัน พอเดินเข้าไปดูก็จะเห็นเป็น มากิ 12 ชิ้น วางเรียงรายบนถาดไม้ เห็นว่าเมนูนี้เป็นเมนูพิเศษเฉพาะ มีแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นด้วย ชื่อเมนูนี้ชื่อว่า Shinkansen เป็นชุดที่มีเมนู Maki Champion จะมี Maki 12 คำ อยู่ในเมนูเดียวกัน และเมนูนี้มีจำนวนจำกัดต่อวันนะครับและจะแบ่งขาย 2 ช่วงเวลานะครับ ตามป้ายที่เขียนเอาไว้ก็คือ 12ชิ้น 12รส 12เที่ยว/วัน  อย่างกับตารางรถไฟเลย พอเข้ามาในร้านก็ไม่พลาดที่จะสั่งเมนูนี้ครับ Shinkansen เราลองมาดู มากิทีละชิ้นกันครับ ว่ามีอะไรกันบ้าง

Maki Champion

ภาพของขบวนรถ Shinkansen ครับ

Maki Champion004

ภาพของขบวนรถ Shinkansen ครับ

เริ่มจากหัวขบวนเลยครับ

1  Shuburi Tuna

2  Unagi Matcha

3  Double Ocean

4  Chispy Salmon

5  Spider Curry

6  Ebi Lava

7  Sesame Unagi

8  Salmon Miso

9  Ebi Crunchy

10 Origin

11 Ribs’ N Rolls

12 All Stars

และร้านนี้ได้รับ การการันตีระดับ มิชลินสตาร์ด้วยครับ ซึ่งไม่แปลกใจเลย ที่รสชาตของ Maki Champion ของที่นี่จะอร่อย สด สะอาด พิถีพิถันมากในการจัดวางการเรียง วันนี้เชฟออกมาเสิร์ฟเองเลย และทักทายพวกเราอย่างเป็นกัน และได้มีโอกาศพูดคุยเรื่องมากิของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร เชฟหนึ่ง ได้บอกกับเราว่า Maki Champion ที่นี่ได้ทำอย่างพิถีพิถันเป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบเลย ข้าวก็ต้องเป็นข้าวญี่ปุ่น สั่งนำเข้ามา มีกรรมวิธรการทำหลายขั้นตอนมากตั้งแต่การซาวข้าวไปจนถึงการหุงข้าวเลย อย่างเช่น มากิ 1แถวที่ทำออกมา เชฟจะทำให้หั่นมาได้แค่ 4 คำเท่านั้น เพื่อที่จะได้คงคุณภาพความสดและความอร่อยไว้ได้มากที่สุด

Maki Champion018

Double Ocean

เมนูนี้ชื่อว่า Double Ocean จุดเด่นของเมนูนี้เชฟหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้ดึงความความหอมของปลาชึ้นมาด้วยการนำปลาแห้งมาโรยบน Maki ความหอมของปลาย่างที่โรยบนตัว Maki ก็จะช่วยดึงจุดเด่นของความเป็นโอเชี่ยนขึ้นมาบวกกับซอส รถชาติเข้มข้นมากครับเมนูนี้ชอบมาก

Maki Champion005

Tofu salad with walnut

เมนูนี้มีชื่อว่า Tofu salad with walnut  จะเป็นเต้าหู้สลัดมีวอลนัทวางด้านบน ราดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน

Maki Champion003

Ebi Tempura Turryyaka

เมนูประเภทเซ็ทข้าวแกงกะหรี่ก็มี Ebi Tempura Turryyaki เซ็ทนี้จะเป็นข้าวหน้ากุ้งเทมปุระเสิร์ฟพร้อมกระทะร้อน ราดด้วยแกงกะหรี่เข้มข้น

Maki Champion012

All Star Maki

All Stars Maki ชิ้นนี้ ข้าวที่นำมาม้วนทำนั้นจะเป็นสีม่วง ใช้น้ำดอกอัญชัญมาผสมด้วย พร้อมราดด้วยน้ำซอสไข่กุ้ง สูตรของทางร้าน แปลกดีครับ กินแบบไทยๆเลยนะเนี่ยะ ข้าวดอกอัญชัญ

Maki Champion008เมนูนี้จำชื่อไม่ได้ แต่เป็นโรลพันด้วยปลาแซลมอน สอดใส้ด้วยปูอัดกับไข่หวาน

Maki Champion017

Tuna Salad

Tuna Salad น้ำสลัดสูตรเฉพาะ กับ ปลาทูน่าแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ผักสดกรอบมากน้ำสลัดเคลือบที่ใบผักแบบเต็มๆ เชฟเล่าให้ฟังว่าผักสลัดที่นี่จะล้าง 3 น้ำ และสบัดน้ำที่ติดอยู่ที่ใบผักสลัดนั้นให้แห้งที่สุด เพื่อที่จะให้น้ำสลัดเข้าไปเคลือบเกาะที่ผักสลัด เพื่อที่จะให้ทุกคำที่ทานนั้น ได้รสชาติของน้ำสลัดที่แท้จริง

Maki Champion011

Hokkaido Light Cheese Sukura Maki

เมนูของหวาน Hokkaido Light Cheese Sukura Maki เป็นเค้กมากิใส้ครีมชีสเคลือบด้วยผง Sakura Cheese กับซอส สตอเบอรี่ชิ้นเค้กหอมอร่อยนุ่มมากๆ ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป อร่อยมากๆ

Maki Champion001รูปเชฟหนึ่งครับ ผู้ที่ทำ Maki ให้เราทานกันในวันนี้ครับ เท่าที่คุยกับเชฟอยู่ช่วงระยะเวลานึง เชฟเป็นกันเองมากๆ

Maki Champion007บรรยากาศหน้าร้านยามค่ำคืน จัดวางอุปกรณ์ดูดีเลยทีเดียว

Star Chefs Maki Champion เป็นร้านมากิแห่งแรกเลยก็ว่าได้ที่เน้นขายมากิเป็นหลักเลยครับ ส่วนใครอยากรู้ว่า Maki คือ อะไรนั้นแวะไปถามเชฟหนึ่งได้เลยนะครับ (ถ้าเจอนะ) ร้าน Star Chefs Maki Champion ตั้งอยู่ที่ The Nine พระราม 9 ใครผ่านไปก็แวะไปทานกันได้นะครับ

บทความที่น่าสนใจ

TUMTUM_002

เมื่อร้านส้มตำมาอยู่ในห้าง ตำตำ Zapp Cafe

เมื่อร้านส้มตำมาอยู่ในห้าง ตำตำ Zapp Cafe

มันจะเป็นแบบไหนกันนะ วันนี้มาเดินห้างซีคอนสแควร์ เห็นร้านอาหารร้านนึงตกแต่งแบบปูนเปลือยสวยดีชื่อว่า ตำตำ Zapp Cafe เลยลองแวะเข้าไปดู สรุปว่าคือร้านส้มตำ เลยลองดูเมนูว่ามีอะไรน่าทานบ้าง เหลือบไปเห็นเมนูนึง ข้าวคลุกน้ำพริกเผาคอหมูย่าง เป็นเมนูแนะนำของร้านด้วย เลยลองสั่งมาทานดู

TUMTUM_001TUMTUM_006ข้าวคลุกน้ำพริกเผาคอหมูย่าง จะเป็นข้าวสวยร้อนๆนำไปผัดกับน้ำพริก แล้วนำคอหมูย่างหั่นบางๆวางโปะบนข้าว มีเครื่องเคียงคือแตงกว่า3ชิ้นกรอบๆ กับต้นหอม1ต้น  ไม่น่าเชื่อว่าข้าวคลุกน้ำพริกธรรมดาๆ ทำง่ายๆจะอร่อยครับ รสชาตกลมกล่อมอร่อยดีครับ ส่วนเมนูอื่นๆมีหลากหลายครับ หลักๆจะเป็นพวกส้มตำ น้ำตก ไก่ทอด อะไรประมาณนี้ และอีกเมนูที่ผมสั่งมาคือ น้ำตกไก่ทอด ครับTUMTUM_008น้ำตกไก่ทอด นี้จะมีไก่ทอดกรอบๆร้อนๆ1ชิ้น ทอดใหม่ๆหั่นชิ้นพอประมาณ 4-5ชิ้น นำมาคลุกเคล้ากัน ที่พิเศษคือจะมีมะม่วงดิบสดหั่นฝอยๆ นำมาคลุกเคล้าด้วย ทำให้รสชาติกลมกล่อมเปรี้ยวๆหวาน อร่อยดีครับ TUMTUM_005TUMTUM_004บนโต๊ะจะมีกริ่งสามารถกดเรียกเพื่อเช็คบิล หรือว่าเรียกพนักงานได้ครับ บรรยากาศร้านดูโล่งๆ ปลอดโปร่งสะอาดดีครับ มีรูปกราฟฟิคลายการ์ตูน ตามสไตล์ของร้านครับ เหมือนว่าทุกสาขาจะต้องมีลายการ์ตูนแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เลยTUMTUM_002TUMTUM_003ร้านออกแบบแนวปูนเปลือยสวยไปอีกแบบครับ  ร้าน ตำตำ Zapp Cafe นี้เค้ามีหลายสาขาอยู่ครับ ลองเข้าไปดูสาขาได้ใน https://www.facebook.com/ilovetumtum  สำหรับวันนี้ไปก่อนครับ