Author Archives: Gosin

Capri'z Wine & Vibes20

Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest ร้านอาหารอิตาเลี่ยนบรรยากาศดีในย่านพร้อมพงษ์

Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest ร้านอาหารอิตาเลี่ยนบรรยากาศดีในย่านพร้อมพงษ์

วันนี้ลองปลี่ยนบรรยากาศไปทานอาหารอิตาเลี่ยนซะหน่อย Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ แถวนี้จะมีชาวญี่ปุ่นอยู่กันเยอะเลย ร้านนี้ตั้งอยู่ในโครงการเดอะ แมนเนอร์ ชั้น 2 เลี้ยวเข้าซอยมาโครงการจะอยู่ทางด้านขวามือ นำรถเข้ามาจอดในโครงการได้เลย แล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น 2 ครับ
คาพริซ ไวน์ และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
เดินเข้ามาในร้านจะเจอบาร์ก่อนเลยครับ สามารถนั่งที่เคาน์เตอร์ไวน์หรือเบียร์ได้เลย ส่วนด้านซ้ายของร้านจะเป็นส่วนของโต๊ะอาหาร และเมื่อมองมาทางด้านขวามือของร้าน จะมีห้องแสงไฟสลัวควมคุมอุณหภูมิ ไว้หรับเก็บไวน์ของทางร้านครับ
คาพริซ ไวน์ และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์ และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
มุมที่นั่งทานอาหารแสงสวยงามบรรยากาศดี ร้าน Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest มีมินิแกลลอรี่ด้วยครับเจ้าของที่ นี่เป็นนักถ่ายภาพด้วย ภาพสวยมาก เลยนำผลงานมาประดับที่ร้านให้ชมกัน และทุกสุดสัปดาห์ก็จะมี มีทติ้งเล็กๆ พูดคุยเรื่องถ่ายรูปนำภาพถ่ายมาแชร์กัน ถือว่าเป็นที่รวมกลุ่มเล็กๆนักถ่ายรูปได้เลยครับ
มินิแกลลอรี่
เริ่มที่เมนูแรกเลยครับเป็น Appetizers จะเป็นขนมปังกระเทียม 4 หน้าด้วยกัน แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศ เห็ด และ มะกอกครับ ขนมปังอบใหม่ๆ กรอบนอกนุ่มใน

ขนมปังกระเทียม

Appetizers

Grilled Pork with Spicy Thai Chill Sauce 270++ เมนูนี้เป็นคอหมูย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว  คอหมูที่นี่จะใช้เป็นคอหมูจากญี่ปุ่นครับ หมักกับเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทางร้านจนนุ่มแล้วนำไปย่าง เมนูนี้ขอบอกว่าเป็นเมนูแกล้มเบียร์ได้ดีทีเดียว คอหมูย่างนุ่มๆกับน้ำจิ้มรสเด็ดเข้ากับเบียร์มาก เมนูนี้สั่งมา2จานเลย

คอหมูย่าง

Grilled Pork with Spicy Thai Chill Sauce

Tuna Tartare with Coriander 270++  สลัดทูน่าทาทาร์ จัดจานมาอย่างสวยงาม ทูน่าดิบวางบนเลม่อน ชิ้นบางๆ มีไข่ดิบ กับ ทาทาร์ซอส นำทุกอย่างมาคลุกผสมรวมกัน ส่วนตัวเพิ่งเคยทานแบบนี้ครั้งแรกเลยรู้สึกแปลกๆแต่ก็อร่อยดีครับ

ทูน่าสลัด ทาทาร์

Tuna Tartare with Coriander

Special Menu  Pan Fried Foie Gras with Balsamic Sauce 490++  เมนูพิเศษของวันนี้เป็นฟัวกราส์ ตับห่านชิ้นโตราดด้วยซอสบัลซามิค (น้ำส้มสายชูชั้นเยี่ยมจากอิตาลี่) รสชาตนุ่มชุ่มลิ้นมาก เมนูนี้ไม่มีทุกวันครับ แต่ละวันเมนูพิเศษจะไม่เหมือนกันครับ สอบถามกับทางร้านได้เลย

ตับห่าน

Pan Fried Foie Gras with Balsamic Sauce

-Spaghetti Carbonara 260++ สปาร์เก็ตตี้ คาโบนาร่า เป็นเมนูเบสิคเลยของผู้ที่ชอบทานสปาร์เก็ตตี้ ที่นี่จะทำไปอบก่อนนำมาเสิร์ฟ ให้ลูกค้าครับ ทำให้เส้นกรอบๆนิดๆราดด้วยครีมซอส อร่อยไปอีกแบบครับ

คาโบนาร่า

Spaghetti Carbonara

-Spaghetti Wagyu Beef and pork Ragout “Bolognese” Style 390++ สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ เนื้อที่นี้จะใช้เป็นเนื้อวากิวครับมาสับละเอียดแล้วมาปรุงเป็นซอสราดสำหรับเมนูนี้ คนที่ชอบเนื้อคงถูกใจไม่น้อยเลย

สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อวากิว

Duck confit with baby white Beans and Bacon in Red Wine Sauce

Duck confit with baby white Beans and Bacon in Red Wine Sauce 550++ เมนูนี้เป็นขาเป็ด นำมาทอดจนหนังกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาพร้อมเบค่อนถั่วขาว เป็นเครื่องเคียง เนื้อเป็ดนุ่มกำลังดีเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่น่าพลาดของร้านนี้ครับ

ขาเป็ดทอด

Duck confit with baby white Beans and Bacon in Red Wine Sauce

เบียร์อิตาลี่ที่มาชิมวันนี้
Menabrea Blonde Lager for THB 175
Birra Roma Bionda for THB 200
Birra Roma Ambrata for THB 200
L’Olmaia La “5” for THB 200
L’Olmaia La “9” for THB 200
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
คาพริซ ไวน์และ ไวบ์ บาย ไวน์ ไดเจสท์
ใครที่มาแถวพร้อมพงษ์หรือ อยู่แถวย่านนี้ Capri’Z Wine & Vibes by Wine Digest น่าจะเป็นร้านอาหารอีกร้านหนึ่งที่น่าไปลองทานกัน บรรยากาศดี ราคาไม่แพง เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนแบบฟิวชั่น น่าจะถูกปากสำหรับคนไทยไม่น้อยเป็นที่พบปะสังสรรค์หลังเลิกงานได้ดี ร้านนี้เปิดกลางวันด้วยนะครับ 2 ช่วง ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น และช่วงเย็น 16.00-22.00 สามารถติดต่อหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-662 -4072 หรือ 086-9290444  หรือ https://www.facebook.com/caprizwv

สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ

นั่งคุยสบาย ๆ กับช่างภาพสาว นวลตา วงศ์เจริญ

นั่งคุยสบาย ๆ กับช่างภาพสาว นวลตา วงศ์เจริญ

นวลตา วงศ์เจริญ ช่างภาพสาวตัวเล็ก ที่อยู่เบื้องหลังผลงานรูปภาพสวยๆ ในนิตยสาร a day และ HAMBURGER วันนี้ได้มีโอกาสมานั่งคุยกับเธอคนนี้ ว่าเข้ามาเริ่มถ่ายภาพได้อย่างไร ซึ่งฝีมือการถ่ายภาพนั้นไม่ธรรมดาเลยครับ วันนี้ได้มีโอกาสมาร้านหนังสือของคุณนวลตาเลยถือโอกาสสัมภาษณ์ซะเลย
สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ
เรียนถ่ายรูปมาหรือเปล่า
คุณนวลตาเล่าให้ฟังว่า จริงๆแล้วเธอจบจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรม ภาควิชานิเทศศิลป์ สาขาการถ่ายภาพซึ่งดูแล้วก็คือตรงสายการถ่ายรูปโดยตรงเลย ซึ่งพอจบออกมาก็มุ่งตรงสมัครเป็นช่างภาพเลยซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนอื่น
สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ
กล้องตัวแรก?
ตัวแรกก็จะป็นสมัยที่เรียนเลยเป็น Nikon F3 , Nikon FM2 เป็นกล้องฟีล์มซึ่งตอนเรียนก็จะถ่ายเองเข้าห้องแลปล้างเองเลย ส่วนปัจจุบันก็มาใช้ Canon 1D Mk3 , Canon 5D Mk3 และ Canon 6D และที่ขาดไม่ได้เลย ที่ต้องพกไปตลอดคือแสงส่วนตัว พวกแฟลช ไฟโมโน เสมือนว่ามีพระอาทิตย์ส่วนตัวพกมาด้วย
สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ
สไตล์การถ่ายภาพที่ชอบ
จริงๆแล้วตอนเรียนจะชอบถ่ายแนวแฟชั่นมากกว่า แต่พอได้มาทำงานแล้วโอกาสที่ได้ถ่าย Portrait จะเยอะกว่า และเราก็สนุกกับมัน ชอบถ่ายคนอยู่แล้วด้วย ชอบถ่ายฟิลลิ่งคน ชอบบิวท์อารมณ์คนอะไรประมาณนี้ แต่เวลารับงานนอกก็สามารถถ่ายแบบอื่นได้เช่น ถ่ายอาหาร ถ่ายร้าน อะไรแบบนี้ แบบว่าจริงๆถ่ายได้หมดค่ะ

นวลตา  วงศ์เจริญ ผลงาน

อีกหนึ่งผลงานที่ถนัด แนว Portrait เน้นอารมณ์ของภาพ

 

สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ

ผลงานภาพถ่ายที่จัดแสดง The Portrait of our Generation วันที่ 3 มีนาคม Groove@ Centralworld

งานในปัจจุบัน
ปัจจุบันเป็นช่างภาพที่ นิตยสาร a day ตอนนี้ก็เกือบ 7 ปีแล้วเปลี่ยนมางานไม่เยอะเท่าไหร่ เมื่อตอนที่เนปาลมีภัย ก็ทำโปสการ์ดมาชุดหนึ่งออกจำหน่าย โดยรายได้ทั้งหมดได้ส่งตรงไปช่วยซ่อมแซมโรงเรียน Sharada primary school shuklagandaki 12 gurdum tanang ไกล้ตัวเมืองในเนปาล และตอนนี้คุณ นวลตา วงศ์เจริญ ยังเปิดร้านอาหาร Parking Toys’ Watt ที่ซอยศูนย์วิจัย 14 อีกด้วย

นวลตา วงศ์เจริญ Nepal

ภาพถ่ายจาก Nepal โดยคุณนวลตา

Nepal
เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในการถ่ายรูปที่ไม่เคยลืม
ออกจะเป็นเรื่องสนุกๆมากกว่าตอนนั้นได้ไปออกกองที่ เกาะลิง ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าต้องเอาเครื่องปั่นไฟไปเอง ถ่ายเบื้องหลัง Rock on the road กับพี่ ปีเตอร์คอร์ป พี่จั๊กชวิน มีพี่ๆ Y not 7 เหตุการณ์แรกเลยถ่ายๆจากมุมสูง ถ่ายๆอยู่สะดุดตกเขา เลนส์แตก อีกวันนึงตอนเช้า ตอนนั้นนอนในเตนท์พอเปิดเตนท์ออกมาเจอเพื่อนมานอนข้างๆ เป็นตะกวดตัวใหญ่มากมานอนข้างๆเตนท์ ซึ่งหลังจากนั้นเราก็อยู่ร่วมกันได้ มีทั้งตะกวดมีแย้ วิ่งผ่านไปมา อีกวันตอนตั้งกล้องเสร็จก็เกิดมี พายุงวงช้าง 3 ลูก อยู่รอบเกาะ ช่วงนั้น Panic มาก เก็บกล้องเข้ามาหลบในเตนท์ระทึกมากกลัวว่าเตนท์จะปลิวไปด้วยไหม แต่แล้วพายุก็ผ่านไปด้วยดีไม่เข้ามาในเกาะ รอดไป
สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ
ปกติช่างภาพส่วนใหญ่จะคอยแต่รูปคนอื่น จะไม่ค่อยมีรูปตัวเอง คุณนวลตามีรูปตัวเองเยอะไหม?
ก็มีบ้างเวลาเทสแสงถ่ายรูปตอนจัดไฟ ก็จะให้น้องๆช่วยกดชัตเตอร์ถ่ายให้ ส่วนถ่ายเองก็มีบ้างแต่ก็ไม่บ่อยซักเท่าไหร่ แต่เท่าที่ผมเข้าไปดูใน Facebook ของคุณนวลตานี่เหมือนจะไม่น้อยเลย
สุดท้ายคิดอย่างไรในปัจจุบันที่กล้องราคาถูกลงมากช่างภาพเกิดขึ้นเยอะ
ก็ดีที่มีช่างภาพเยอะขึ้น น้องๆจบใหม่มาเยอะ ทุกวันนี้การถ่ายภาพง่ายดายขึ้น แต่ก็มีเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจจริงๆก็เป็นช่างภาพได้ บางคนซึ่งอาจจะไม่ได้จบถ่ายภาพมาก็เป็นได้ถ้าตั้งใจในการทำงาน ถ้าเราชอบจริงๆเราจะทำมันออกมาได้ดี ซึ่งคุณ นวลตา บอกว่าตัวเองโชคดีมาก ที่งานที่รักกับงานอดิเรกสามารถทำไปพร้อมกันได้เลย
สัมภาษณ์ นวลตา วงศ์เจริญ
นั่งสัมภาษณ์มาได้ซักพัก รู้สึกได้ว่าคุณ นวลตา วงศ์เจริญ นั้นได้มีความคิดที่เป็นบวกตลอดเวลา อย่างคำพูดที่ว่า คนเรานั้นไม่สามารถห้ามความคิดที่ Fail ได้หรอกแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเรา เราก็แค่ข้ามผ่านตรงนั้นไปให้ไวที่สุดก็แค่นั้นเอง คุยสนุกอัธยาศัยดี เป็นกันเอง ใครที่ชอบอ่าน นิตยสาร A day ก็คอยติดตามผลงานภาพ Portrait ของเธอได้ครับ

เชฟอาร์ต

สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต

สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต

วันนี้ได้มีโอกาสได้ไปทานอาหารแบบค่ำสุดพิเศษกับ Chef’s Table กับ เชฟอาร์ต แต่เมื่อพูดถึง Chef’s Table บางคนอาจจะได้ยินชื่อนี้มาบ้างแล้วแต่สำหรับบางคนอาจจะไม่รู้ว่าคืออะไร จริงๆแล้วถ้าแปลตรงตัวเลยก็คือ โต๊ะอาหารที่อยู่ในครัวของเชฟ ซึ่งในต่างประเทศนั้น เทรนด์ นี้กำลังมาแรงมาก พ่อครัวที่มีชื่อเสียงดังๆก็มักจะมีการเรียกร้องจากแฟนๆอาหารของเขา ให้จัดรูปแบบการทำพิเศษๆให้ทานกัน ก็คือการเปิดครัวของเชฟท่านนั้นและเชฟก็จะปรุงอาหารให้เราได้ดูและเสิร์ฟให้ทานทันทีเลยครับ
เชฟอาร์ต092

เชฟอาร์ต098
เมื่อมาถึงบ้าน เชฟอาร์ต แล้ว เชฟก็ออกมาต้อนรับ แล้วพาพวกเราเข้าไปในบ้านเลยครับ พอเปิดเข้าไปในบ้านชั้น 1 ก็จะเห็นโต๊ะขนาดใหญ่มีเก้าอี้ 5-6  ตัวล้อมรอบ และจะมีเตาด้านหลังสำหรับปรุงอาหารให้เราได้ทานกันครับ อารมณ์เหมือนมาร้านอาหารเลยจัดได้สวยงาม
เล่าประวัตเชฟอาร์ตคร่าวๆกันก่อนดีกว่าครับ เชฟอาร์ต หรือ คุณศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ปัจจุบันเป็นครูสอนทำอาหารที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ที่โรงแรมดุสิต และยังเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้กับบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และยังเป็นผู้ที่คิดค้นเมนูให้กับร้านภูภิรมย์ ที่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย อีกด้วย
เชฟอาร์ต ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์
เมนูวันนี้วันนี้ที่เราจะมาทานกันยังไม่ทราบชื่อครับ รู้แต่เพียงว่าโจทย์เมนูในวันนี้ ทำจากเนื้อเป็นส่วนใหญ่ ต้องรอเสริฟถึงจะรู้เลย และเมนูจะไม่ซ้ำกันเลยนะครับในแต่ละครั้ง และนี่แหละเป็นเสน่ห์ของ Chef’s Table ที่พวกเรามาทานกันในวันนี้ครับ
ห้องอาหาร
บรรยาการภายในบ้านที่ออกแบบให้ชั้น 1 เป็นครัวแบบสวยงามและยังมีห้องขนาดกลางแยกไว้อีกห้องหนึ่งไว้สำหรับไว้ต้อนรับแขกที่มาเยอะเกิน 10 ท่าน ก็สามารถมานั่งที่ห้องนี้ได้ครับ แต่พวกเรามากันไม่เยอะ เลยนั่งล้อมรอบโต๊ะที่เชฟทำอาหารจะดูสะดวกกว่า เพราะว่าจะได้นั่งคุยได้สะดวกและดู เชฟอาร์ต ทำอาหารได้ด้วย
เชฟอาร์ต131
เชฟอาร์ต135
มาถึงเราก็นั่งกันเลยครับ ในวันนี้มีเชฟผู้ช่วยอีก 2 ท่านครับ ค่อยต้อนรับและดูแลพวกเราเป็นอย่างดีเลย เริ่มจากเสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับกันเลยครับ ซึ่งก็คือ ลีโอเบียร์ แก้วมัคแช่เย็นเจี๊ยบ
เชฟอาร์ต102
เชฟอาร์ต006
เชฟอาร์ต130
เชฟอาร์ต090

ไวน์แช่เย็น

เครื่องดื่มที่เตรียมไว้สำหรับค่ำคืนนี้ครับ

แก้วแช่เย็น

แก้วเบียร์แช่เย็นเตรียมพร้อม

เชฟอาร์ต013เมนูแรกเป็นหอยแมลงภู่ออสเตรเลีย เป็นหอยที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารจึงทำให้มีรสชาตอร่อยมากครับ เมนูเบาๆกินกับขนมปังกระเทียม แกล้มกับไวน์ขาว มันช่างเข้ากันมาก
เชฟอาร์ต015
เชฟอาร์ต019
เมนูที่2 ต่อไปเห็น เชฟอาร์ต เอากุุ้งออกมาทอดจะทำเป็นอะไรนะ กลิ่นแตะจมูกหอมมากๆ ดูกุ้งตัวโตมากเลยถามเชฟว่าคือกุ้งอะไร เชฟก็บอกว่านี่คือกุ้งล็อบสเตอร์ ซึ่งเมนูนี้มีชื่อว่า ล็อบสเตอร์ เบียร์บัตเตอร์ Lobster bisque with tail&claw
ล็อบสเตอร์
ล็อบสเตอร์
Lobster
เชฟอาร์ต025
นำล็อบสเตอร์ มาจัดเรียงใส่จานอย่างสวยงาม แล้วก็นำครีมซอสราดบนตัวกุ้ง เนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ตัวโตๆกัดแล้วเนื้อเด้งมาก เต็มคำกินแล้วมีความสุขมาก อร่อยจริงๆ
เชฟอาร์ต036
เชฟอาร์ต031
เชฟได้ปั่นครีมซอสให้เป็นฟองเนียนละเอียดแล้วนำมาราดบนตัวกุ้ง เพื่อเพิ่มรสสัมผัส ได้ซุปที่เนียนนุ่มนำมาราดบนตัวกุ้ง ซุปนี้เชฟเล่าให้ฟังว่าได้นำหัวกุ้งกุ้งล็อบสเตอร์ จำนวนมากที่ฟรีสเก็บไว้ออกมาต้มทำเป็นซุป เวลาทานแล้วจะรู้ได้เลยว่ารสชาติเข้มข้นจริงๆ มันกุ้งเยอะจริงๆ เมนูนี้ทานกับไวน์ขาว อร่อยครับเข้ากันมากๆ
เชฟอาร์ต049
เชฟอาร์ต050
เชฟอาร์ต055
เมนูที่ 3. Ox tongue boiled with Leo beer salad with honey mustard dressing  จานนี้เป็นลิ้นวัวครับ จานนี้มีส่วนผสมของเบียร์ลีโอด้วย ผักสลัดราดด้วยซอส honey mustard  เคียงด้วยมะเขือเทศ ซึ่งทั้งสามอย่างเมื่อทานพร้อมกันจะเข้ากันมากๆเลย ลิ้นวัวชิ้นนี้เชฟอาร์ตได้หมักไว้นานข้ามคืน จนลิ้นวัวชิ้นนี้นุ่มมากสามารถใช้ส้อมตัดออกได้เลย แล้วแร่เป็นชิ้นบางๆพอดีคำ เวลาทานแล้วแทบจะละลายในปาก ผมไม่เคยทานลิ้นวัวที่นุ่มแบบนี้มาก่อน จานนี้ทานคู่กับไวน์แดงครับเข้ากันมาก
เชฟอาร์ต072
เชฟอาร์ต078
เชฟอาร์ต076
เมนูที่ 4.Homemade fettuccine lamb n wild mush room ragu  เฟตตูชินี่ราดด้วยซอสเนื้อแกะซึ่งเนื้อแกะนั้นไม่มีกลิ่นคาวเลยเนื้อแกะนุ่มหอมหวานชุ่มฉ่ำมากพร้อมโรยด้วยชีส เส้นเฟตตูชินี่ เชฟทำเองด้วย เนื่องจากเป็นเส้นแบนทำให้ซอสนั้นเคลือบกับเส้นให้ได้เยอะทั่วเส้น อร่อยครับ
เชฟอาร์ต085
เชฟอาร์ต099
เครื่องนี้คือเครื่องสำหรับตัดเส้นเฟตตูชินี่ สามารถตัดเส้นเล็กใหญ่แค่ได้ได้หมดเลย สามารถปรับได้หลายแบบเลย ขนาดไม่ใหญ่ แต่น้ำหนักเยอะอยู่พอสมควรครับ
เชฟอาร์ต087
เมนูที่ 5. Ox cheek basting with Leo beer wild mushroom risotto and beef  จานนี้เป็นเมนคอสของวันนี้เลยครับ เป็นเนื้อUSครับ ริบอายชิ้นโต สุกแบบมีเดียม ทานพร้อมกับ risotto แครอทและมัน  เนื้อนุ่มมากทานพร้อมกับไวน์แดงอีกเหมือนเคย
เชฟอาร์ต108
เชฟอาร์ต110
เชฟอาร์ต115
เชฟอาร์ต089
เมนูสุดท้าย ของหวาน Chocolate fondant with berries n vanilla ice cream เค้กชอกโกแลตสอดไส้ และผลเบอรรี่2ชนิดกับซอสเสาวรสกับไอศกรีมวนิลา โรยด้วยน้ําตาลไอซิ่ง เมนูของหวานนี้ ความเปรี้ยวของผลเบอรี่ตัดกับความหวานของเค้กชอกโกแลตได้ดีเลยทีเดียวครับ
เชฟอาร์ต120
เชฟอาร์ต125
ชอกโกแลตที่สอดใส้อยู่ด้านในของตัวเค้กครับ ซึ่งเชฟอาร์ตจะนำเค้กไปอบก่อนโดยใช้เวลาไม่นาน จึงทำให้ชอกโกแลตที่อยู่ด้านในของตัวเค้กละลาย แล้วจึงเสริฟทันทีครับ ทานพร้อมกับไอศกรีมวนิลา ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวมากครับ
เชฟอาร์ต124
ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทานอาหารตั้งแต่ 1 ทุ่ม เผลอแป๊ปเดียว 5 ทุ่มกว่าแล้ว กับ 6เมนูอาหาร ที่ เชฟอาร์ต ทำให้ทานพร้อมพูดคุยและดูวิธีการทำอาหารของเชฟเวลาผ่านไปเร็วมาก สำหรับผู้ที่สนใจ Chef’s Table ที่นี่จะรับขั้นต่ำที่ 4 คนขึ้นไปและไม่เกิน 16คน ราคาจะคิดต่อคนเลยครับ ขั้นต่ำอยู่ที่ 3500 บาท ขึ้นอยู่กับคอสของเมนูอาหารปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมครับ
เชฟอาร์ต127
เชฟอาร์ต126
และที่สำคัญจะต้องให้คนที่เคยมาทานแล้วแนะนำเข้าไปนะครับแนะนำแบบปากต่อปาก เพราะเชฟอาร์ตจะค่อนข้างสกรีนคนที่จะเข้าทานพอสมควรครับ และเมือนว่าจะต้องจองเป็นเดือนเลยครับ เพราะมีผู้ให้ความสนใจมากอยู่พอสมควร อย่างไรใครที่สนใจในความ Exclusive ของ Chef’s Table ก็ลองเข้าไปติดต่อสอบถามดูได้ที่ IG ของ เชฟอาร์ต ได้เลยครับ @CHEFFYART

หมายเหตุ มีน้องๆ อีก 7 คนที่ไปทานอาหารด้วยกัน ไปอ่านความคิดเห็นมุมต่างของแต่ละคนได้ที่นี่ครับ
  1. อาหารที่ปรุงจากเบียร์ by เชฟอาร์ต
  2. สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต
  3. Chef’s Table By เชฟอาร์ต ที่นี่..อาหารคือความสุข
  4. สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและลิ้มรสความอร่อยไปกับ Chef’s Table
  5. Chef’s Table By Chef Art ประสบการณ์สุด Exclusive ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต
  6. เปิดเมนูใหม่สุดพิเศษในสไตล์ Chef’s Table by เชฟอาร์ต
  7. เปิดประสบการณ์ความอร่อยในรูปแบบ Chef’s Table ไปกับ เชฟอาร์ต
Thaifex 2016

งานแสดงอาหารและสินค้าใหญ่แห่งปี Thaifex 2016

งานแสดงอาหารและสินค้าใหญ่แห่งปี Thaifex 2016

สำหรับงานแฟร์ที่เกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย Thaifex 2016 ในปีนี้ก็มี ผู้ผลิตเจ้าใหญ่ๆ ต่างให้ความสนใจมาออกบูทกันอย่างมากต่างก็โชว์นวัตกรรมอาหาร และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเกี่ยวกับอาหารมาเปิดตัวกันอย่างคึกคักกันเลยทีเดียวครับ
Thaifex 2016
และ Thaifex 2016 นี้ สิงห์ คอร์ปเปอเรชั่น ก็ยังให้ความสนใจมาออกบูทเหมือนกับปีที่ผ่านๆมาจัดบูทแบบยิ่งใหญ่เหมือนเดิม Thaifex 2016 ปีนี้ยังจัดงานขึ้นที่เดิมครับ ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี เหมือนปีผ่านมา ประเทศไทยนั้นมีแหล่งวัตถุดิบทางด้านอาหารนั้นถือว่าอุดมสมบูณ์และมีคุณภาพสูงมาก ต่างชาติเลยมาเจรจาติดต่อธุรกิจกับไทยในงานนนี้กันอย่างล้นหลาม จนพื้นที่ภายในงานนั้นดูแคบไปเลย คนไทยก็เดินไม่ใช่น้อยนะครับสำหรับงาน Thaifex นี้ ซึ่ง Thaifex 2016 นี้เราต้องมาดูกันครับว่าสถานที่จัดงานจะยิ่งใหญ่และเพิ่มมากกว่าเดิมขนาดไหนวันนี้มีรูปบรรยากาศของงานของปีที่แล้วมาให้ชมกันครับ มีคนให้ความสนใจเข้าชมงานเป็นอย่างมากThaifex 2016
Thaifex 2016
อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจจะเข้ามาออกบูทเข้าร่วมงาน Thaifex 2016 ได้จองพื้นที่แล้ว หาข้อมูลได้จาก www.ditp.go.th เลยครับ และจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2559 จองกันข้ามปีเลยทีเดียว

Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมโชว์ศักยภาพคุณภาพสินค้าและแนวคิด ในงาน Thaifex 2015

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมโชว์ศักยภาพคุณภาพสินค้าและแนวคิด ในงาน Thaifex 2015

สุดอลังการงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย Thaifex 2015 ปีนี้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น นำ Concept ว่า Singha , Taste of Life มาพัฒนาเป็นแนวทางการออกแบบบูธ เพื่อสะท้อนแนวคิดว่าผลิตภัณฑ์ของสิงห์ สามารถเป็นส่วนนึงของชีวิตคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
งาน Thaifex 2015 จึงเป็นโอกาสในการที่สิงห์จะสะท้อนภาพพจน์นี้ออกสู่ผู้บริโภคและผู้ที่มาเยี่ยมงาน Thaifex 2015 จากต่างประเทศ
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
รูปแบบการดีไซน์ของบูท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จึงนำความคิดของ “ครัวในบ้าน” ที่ทันสมัยแนว Contemporary Bar & Cafe ที่ให้บรรยากาศเป็นกันเอง น่าเดินเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อพบกับความหลากหลายของสินค้าที่นอกเหนือไปจาก เครื่องดื่มเบียร์ น้ำดื่ม และโซดาแล้ว Thaifex 2015 ครั้งนี้สิงห์ก็มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเช่น อาหารสำเร็จรูป กาแฟ DVSดอยช้างที่มาในรูปของเมล็ดกาแฟ เครื่องชง และ แคปซูล
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น

นอกจากนี้ก็ยังมีผลิตภัณฑ์จากสิงห์ปาร์คเชียงราย เช่น ชาอู่หลง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen มาร่วมออกงาน Thaifex 2015 ด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen

นอกจากนี้ก็ยังมีผลิตภัณฑ์จากสิงห์ปาร์คเชียงราย เช่น น้ำเสาวรส ชาอู่หลง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen มาร่วมออกงาน Thaifex 2015 ด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สุดๆ
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
มีสินค้าและอาหารมาให้ผู้มาเดินชมงานได้ชิมตลอดงาน
Thaifex 2015 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
เชฟระดับมิชลินสตาร์ก็มาร่วมงานนี้ด้วย
งาน Thaifex 2015 ปีนี้จัดมาเป็นปีที่ 11 แล้ว และพื้นที่จัดแสดงของปีนี้ ได้ใหญ่กว่าปีที่ผ่านมามาก ทำให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสงานแสดงสินค้าที่ยอดเยี่ยมและเข้มข้นกว่าเดิมจริงๆ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมงาน Thaifex 2015 ได้ที่ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์หมายเลข 3 ณ บูธหมายเลข 3H01 ได้วันนี้จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2558 ครับ

ไร่เสาวรส

เยี่ยมชมไร่เสาวรส หนึ่งในผลไม้เมืองหนาวที่มีประโยชน์สูง

เยี่ยมชมไร่เสาวรส หนึ่งในผลไม้เมืองหนาวที่มีประโยชน์สูง

เมื่ออาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม ไร่เสาวรส หรือ Passion fruit หนึ่งในพืชของโครงการหลวง เป็นพืชตระกูลไม้เลื้อย เมืองไทยนิยมปลูกกันแล้วในภาคเหนือเพราะเป็นพืชเมืองหนาว มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ ปัจจุบันเสาวรสได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการนำผลผลิตมาแปรรูปเป็น เครื่องดื่ม แยมเสาวรส เค้กเสาวรส และสามารถทานสดๆได้เลยเมื่อผลสุกเต็มที่

ไร่เสาวรส

ไร่เสาวรส ที่ได้ไปในครั้งนี้เป็นของบุญรอดฟาร์ม อยู่ที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ไร่เสาวรสแห่งนี้ มีเนื้อที่ 120 ไร่ ซึ่งทำเลที่ตั้งนี้เหมาะสำหรับการปลูกเสาวรส และปัจจุบันยังเป็นทีต้องการของท้องตลาดเป็นอย่างสูงอีกด้วย ไร่นี้มีระบบการจัดการน้ำที่ดีมากเป็นท่อเหล็กขนาดเบาที่เดินเอาไว้ทั่ว ไร่เสาวรส ซึ่งสามารถให้น้ำแก่เสาวรสได้สม่ำเสมอ การปลูกเสาวรสต้องปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์และไม่มีน้ำท่วมขัง และเสาวรสนั้นไม่สามารถปลูกรวมกับพืชชนิดอื่นได้

ไร่เสาวรส

ที่ไร่เสาวรสนี้มีการทำค้างไม้ 45องศา ไว้ให้ต้นอ่อนของเสาวรสได้เลื้อยยืดเกาะ ดูแล้วเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม อากาศไหลเวียนได้สะดวกและง่ายต่อการเก็บผลผลิต ซึ่ง ไร่เสาวรส นี้จะเป็นการสร้างต้นแบบให้เกษตรกรนำไปใช้

ไร่เสาวรส

ลำต้นเมื่อยืนอยู่ระดับเดียวกันจะสูงประมาณ 2.50 เมตร เถาของเสาวรสนี้จะค่อยๆเลื้อยไปจนเต็มค้างรอเวลาที่จะออกดอกและผล ดอกของต้นเสาวรส ดูสวยงามเลยทีเดียว รอเวลาเสาวรสจะเริ่มเปลี่ยนจากดอกเป็นผลให้ได้เก็บในเวลาต่อไป

ดอกเสาวรส

ดอกของเสาวรส

ผลของเสาวรส

ผลเสาวรส

ผลของเสาวรสตอนยังดิบจะมีสีเขียว ซึ่งเสาวรสที่ไร่นี้จะปลูกด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ก็คือ
1.พันธุ์หวาน (ผลสุกจะมีสีเหลือง)
2.พันธุ์เปรี้ยว (ผลสุกจะมีสีม่วง)
โดยทั่วไปแล้วคนจะนิยมปลูกแบบเปรี้ยวมากกว่า ไร่นี้จึงปลูกพันธุ์หวานเพียงแค่ 20เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และเมื่อสุกแล้วสามารถเก็บผลผลิตไปแปรรูปเป็นกระบวนการต่อไป

ไร่เสาวรส

แยมเสาวรส

แยมเสาวรส ก็เป็นที่นิยมในท้องตลาดเพราะมีรสชาตที่อร่อยหอมหวาน มีรสเปรี้ยวนิดๆ ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มี วิตามินซีสูง ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

น้ำเสาวรส

น้ำเสาวรสพร้อมดื่ม

น้ำเสาวรสพร้อมดื่ม ผลิตโดย บุญรอดฟาร์ม ดื่มง่ายมีประโยชน์ต่อสุขภาพ รสชาติอร่อย กลิ่นหอมสดชื่น บำรุงสายตา สดชื่น ผลิตจาก เสาวรสคุณภาพ สูงสุด ส่งตรงจากไร่ ไร้สารตกค้าง

ไร่เสาวรส

ไร่เสาวรส ยามเย็น ถ่ายจากมุมสูง

ไร่เสาวรส ของบุญรอดนี้ถือเป็นไร่ที่มีการวิจัยเพื่อเป็นต้นแบบให้ชาวเกษตรกรได้เรียนรู้กรรมวิธีปลูกเสาวรส ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนถ้าใครมาเชียงรายอย่าลืมแวะมาไร่บุญรอดมาหาซื้อน้ำเสาวรสกันดูนะครับ อร่อยและมีคุณประโยชน์สูงมากเลยครับ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

จากชาจีนธรรมดาสู่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ในปัจจุบัน

จากชาจีนธรรมดาสู่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ในปัจจุบัน

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดจริงๆแล้วมาจากประเทศจีนมีประวัติยาวนานถึง 4000 ปี ประวัติของชาในประเทศญี่ปุ่นนั้นเล่ากันว่าพระนักบวชชาวญี่ปุ่นนั้นได้เดินทางไปเรียนรู้ศึกษาศาสนาพุทธนิกายเซ็นและวัฒนธรรมในประเทศจีน และหลังจากกลับมาได้นำใบชาและเมล็ดชาจำนวนหนึ่งกลับมาญี่ปุ่น และนำชาไปถวายจักรพรรดิ จึงเกิดชอบในรสชาติขึ้นมา เลยได้นำต้นชานั้นไปปลูกในสวนสมุนไพร ในบริเวณราชวังและ ต่อมาชาได้แพร่หลายไปในแถบภูมิภาคคิงคิ เกียวโต แต่ความนิยมยังคงมีอยู่แต่ในเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น  ต่อมาได้เกิดประเพณีพิธีกรรมการชงชาและศิลปะแห่งการดื่มชาญี่ปุ่นซึ่งแฝงปรัชญาแห่งชีวิตและยังเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มเพื่อสุขภาพและใช้ในการรักษาโรคอีกด้วย
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
ชาเขียวมัทฉะ  คือหนึ่งใน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป โดยใช้ใบชาเขียวมาบดโดยครกหินจนละเอียดกลายเป็นผง จึงทำให้มีราคาสูง และพิธีการชงชาของญีปุ่นก็ใช้ Matcha ในการชงชาอีกด้วย  อุปกรณ์หลักๆที่จะชงชาจะมี แปรงสำหรับชงชา ช้อนไม้ไผ่สำหรับตักชาและถ้วยชา ซึ่งถ้วยชาของแต่ละบ้านต่างก็จะใช้ถ้วยที่สวยงามโชว์ศิลปะเฉพาะตัวของแต่ละบ้าน  บางบ้านถึงกับมีถ้วยประจำตระกูลกันเลย ซึ่งถ้าเป็นพิธีใหญ่ๆก็จะมีอุปกรณ์ที่เยอะกว่านี้
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้_26
Credit ภาพจาก anewleafteaco
แบบ เซนชะ คือชาเชียวที่ดื่มกันแพร่หลายมาก น้ำชามีสีเขียวอ่อน มีกลิ่นที่หอมสดชื่น ดื่มแล้วสุขภาพดี ผ่านกรรมวิธีการนึ่ง Steaming แล้วนำมาอบให้แห้ง และแบบถุงชา แบบนี้จะง่ายต่อการดื่มมาก เพียงแค่ชงกับน้ำร้อนก็สามารถดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ได้เลย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

เซนชะ แบบใส่มาเป็ถุงเล็กๆ ชงน้ำร้อนได้เลย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้_14

รูปดอกชา

ดอกชานี้จะไม่ค่อยได้เห็นกันซักเท่าไหร่นักเพราะว่าเค้าจะเก็บออกหมดเพื่อให้ยอดใบชาได้สารอาหารมากที่สุดเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุดครับ การเลือกดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แนะนำว่าไปหาซื้อตามห้าง ที่เป็นแบบผงหรือซอง แล้วนำมาชงเองจะดีที่สุดครับ เพราะว่าเรามารถเลือกคุณภาพของชาเขียวได้เลย ชาที่คุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมก็จะมีราคาค่อนข้างสูงหน่อย แต่ว่าถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่เราจะได้รับจากชาเขียว แต่ถ้าไปซื้อแบบขวดที่วางขายทั่วไปก็อาจจะไม่ได้คุณภาพที่แท้จริงของชาเขียว เพราะว่าปริมาณชาเขียวที่น้อย เพราะว่าส่วนใหญ่มีส่วนผสมของน้ำตาลซะมากกว่า ซึ่งคนส่วนมากยังไม่รู้ตรงนี้ครับ เพราะว่าการดื่ม ชาเชียวญี่ปุ่นแท้ ให้ได้ประโยชน์ที่สูงสุดนั้น ควรจะดื่มตอนร้อนๆ ชงใหม่ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นใดๆมาเจือปนจะดีที่สุดครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
และในทางการแพทย์นั้นมีการวิจัย เกี่ยวกับ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์ต่อร่างการมาก มีสารสำคัญที่พบได้คือ กรดอะมิโน วิตามิน B C E สารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ เช่น ธิโอฟิลลีน คาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า แคททีชิน แคททีชิน และสารที่พบมากที่สุดในชาเขียว สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต ซึ่งสารตัวนี้มีความสามารถในการต้านสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งชาเขียวยังใช้ในการลดความอ้วน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสารเมตาบอลิซึม(Metabolism) จึงเผาผลาญพลังงานและไขมันได้มากทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นครับ ที่สำคัญควรดื่มก่อนการออกกำลังกายนะครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
ปัจจุบันไร่ชาทางภาคเหนือของเราก็มีชาที่คุณภาพดี ไร่บุญรอดก็เป็นหนึ่งในนั้น Maruzen จากประเทศญี่ปุ่นมาจึงได้มาร่วมทุนตั้งโรงงานในไทย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโรงงาน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ 100% มาเปิด ซึ่งจะทำให้เราได้ดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆกันครับ ซึ่งจะมาเล่าใน Blog ต่อไปนะครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่น ชาอูหลง ชาอังกฤษ ชา3ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่น ชาอูหลง ชาอังกฤษ ชา3ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร

คำถามนี้น่าจะมีหลายคนยังสงสัยกันอยู่ว่าชาทั้งสามชนิดนี้มันแตกต่างกันอย่างไร ชาเขียวญี่ปุ่น ชาอูหลงและชาดำ จริงๆแล้วชาทั้ง 3 ชนิดนี้ มันก็มาจากชาต้นเดียวกันนั่นแหละครับ ต่างกันแค่อย่างเดียวเลยก็คือกระบวนการ oxidation ก็คือสารที่อยู่ในใบชาทำปฏิกิริยากันกับออกซิเจน เคยสังเกตุกันไหมครับที่ใบไม้หล่นจากต้นแล้วทับถมกันจนกลายเป็นสีน้ำตาล ดูได้จากรูปด้านล่างเลยครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
จากรูปจะเห็นได้ว่า ชาขาว และ ชาเขียวญี่ปุ่น จะผ่านกระบวนการน้อยที่สุดเลย เพราะต้องการคงความสดที่สุดของใบชา หลังจากที่เก็บยอดใบชาอ่อนจากยอกมาแล้วจึงปต้องเข้ากระบวนการ อบไอน้ำเลยซึ่งจะทำให้ใบชานั้นสุกซึ่งจะยังคงสารคลอโรฟิลล์เอาไว้ เราจึงเห็นใบยยังคงเป็นสีเขียวอยู่ จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการทำให้แห้งต่อไป
ส่วนชาอูหลงก็ทำในลักษณะเดียวกันเพียงแต่ไม่อบไอน้ำ  แต่จะให้ชานั้นทำฏิกิริยากับอากาศให้สารคลอโรฟิลล์จึงค่อยๆหายไปประมาณ 70-80 % จึงทำให้ใบชานั้นมีสีน้ำตาลและชาดำ หรือ แบล็คทีก็ทำเหมือนชาอูหลงครับ แต่จะให้ใบชาทำฏิกิริยากับอากาศให้สารคลอโรฟิลล์หายไปทั้งหมด 100% ชาจึงเป็นสีดำครับ
ในประเทศไทยนั้นจังหวัดเชียงรายถือเป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีเลยครับ ทาง Maruzen ญี่ปุ่นจึงเล็งเห็นความสำคัญนี้จึงได้มาร่วมทุนเปิดโรงงานผลิต ชาเขียวญี่ปุ่น ที่เชียงรายนี้ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานต้นแบบแห่งแรกที่เป็นแบบต้นตำรับญี่ปุ่น 100% และถือว่าเป็นครั้งแรก ของการเพาะปลูกและผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่นด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

โรงงาน Maruzen โรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

Maruzen เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บุญรอดฟาร์ม กับ Maruzen Japan โรงงานผลิต ชาเขียวญี่ปุ่น 100% ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องจักรทั้งหมดและรวมไปถึง Know-how ได้เอามาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด แต่วัตถุดิบก็คือต้นชาจะใช้ของที่นี่ครับ ซึ่งก่อนที่จะร่วมทุนทางญี่ปุ่นได้มาทดสอบใบชาที่ไร่นี้แล้วว่าเพราะเวลานำไปทำชาเขียวญี่ปุ่นแล้วมีคุณภาพและรสชาติที่ดี มีคาแรคเตอร์เฉพาะและมีกลิ่นไอของญี่ปุ่น 100% ซึ้งผมได้มีโอกาส เข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน Maruzenนี้ด้วย โรงงานนี้ตั้งอยู่ในไร่บุญรอดครับ เป็นโรงงานระบบปิดและไร่ชานี้สามารถเก็บผลผลิตและส่งเข้าโรงงานได้เลยทั้งปี

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สวนสิงห์-มารุเซ็น

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สวนสิงห์-มารุเซ็น

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ภาพการเก็บชาโดยใช้เครื่องตัด ใช้คน 2 คนช่วยกัน โดยจะตัดส่วนยอดของใบชา แล้วเดินตัดเป็นทางยาว

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

การคัดแยกเอาก้านชาที่ใหญ่เกินไปออก

การเก็บใบชาของที่นี่ จะมี 2 แบบครับ 1.ใช้เครื่อง 2.ใช้มือ ชาในไร่นี้จะใช้ชาอูหลงเบอร์ 12 แต่ถ้าเป็นการทำชาแบบพรีเมี่ยมจะใช้คนในการเก็บยอดอ่อนเท่านั้นครับ จะมีอีกแปลงชานึงครับจะมี หลังคาคลุมอย่างดีเพื่อควบคุมแสงแดดครับ
ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
ส่วนนี้จะเป็นจุดพักยอดใบชาเขียวครับ จะมีลมเป่าอยู่ด้านล่างตลอดเวลาเพื่อให้มีอากาศหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ใบชาได้หายใจ ไม่ให้เกิดปฏิกริยากับอากาศครับเพื่อรอลำเลียงไปในขั้นตอนการอบไอน้ำ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

จุดพักชาเพื่อส่งต่อไปอบไอน้ำ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ขั้นตอนนี้คือการปั่นให้ใบชาแห้ง

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ไลน์การผลิตใช้เครื่องจักรในการทำงานทั้งหมด

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ใบชาซึ่งผ่านการอบไอน้ำแล้วปั่นจนแห้งเป็นเส้นๆ

เยี่ยมชมโรงงานกันเสร็จแล้ว รู้สึกทึ่งมากเลยครับ ชาเขียวญี่ปุ่น นั้นมีวิธีการทำที่ ไม่กี่อย่างเอง แต่ว่า การที่จะรู้ถึงขั้นตอนว่าจะต้องทำอะไรอย่างไรก่อนหน้าหลังนั้นจะต้องรวบรวมกรรมวิธีและความรู้สั่งสมประสบการณ์มาอย่างช้านาน ถือว่าเป็น Know-How ที่ทางญี่ปุ่นนั้นนำมาใช้ด้วย คนญี่ปุ่นดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมและยังถือว่าเป็นยาอย่างหนึ่งช่วยลดความอ้วน ต่อต้านสารอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ดื่มแล้วสดชื่น ลดคอเลสเตอรอล มีประโยชน์เยอะมากจริงๆเพื่อสุขภาพดีที่ดีถ้ามีโอกาสก็ลองหามาทานกันดูนะครับ

タイGショックコレクター

สัมภาษณ์พิเศษ Sjors in Thailand นักสะสม G Shock ระดับโลก

สัมภาษณ์พิเศษ Sjors in Thailand นักสะสม G Shock ระดับโลก

เมื่อนักสะสม G Shock ระดับโลกมาเยือนเมืองไทย Sjors in Thailand บทสัมภาษณ์พิเศษ Sjors นักสะสม G Shock อันดับต้นๆของโลกซึ่งเขาได้เขียนบทความเกี่ยวกับ G Shock ที่มีข้อมูลที่ละเอียดมากเจ้าของ Blog 50Gs วันนี้เราจะขอมานั่งคุยกับ Sjors ว่าทำไมถึงหลงใหลกับเจ้านาฬิกาเรือนโตสีสันสดใส ในนามว่า G Shock กันครับ

Sjors in Thailand

Sjors G Shock 3 เรือนที่จะเปิดตัวในงานคืนนี้

เนื่องจากคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 58 นี้ ในไทย G Shock Custom รุ่นสุดพิเศษ 3 รุ่น ในงาน GSC Thailand by Todd Piti ที่ DEMO PUB ทองหล่อ ซอย10 ซึ่งงานนี้เป็นที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับเหล่านักสะสมและแฟนคลับ G Shock Collector ทั้งหลายจากทั่วประเทศ และ แน่นอน Sjors in GSC Thailand by Todd Piti ก็ได้มาเป็นแขกรับเชิญมาในงานนี้ด้วย

G Shock Custom Design  ซึ่งคุณปิติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็น G-Shock Collector ประเทศไทยที่จะนำมาเปิดตัวในงานครั้งนี้ มี 3 เรือนด้วยกัน มีจำนวนจำกัดจริงเพียงแค่ 100 Set เท่านั้น แบบละ 100 เรือน ทำด้วยใจรักออกมาขายในราคาต้นทุน เพื่อให้แฟนๆที่รักใน G Shock ได้เป็นเจ้าของกัน สามเรือนในที่นี้ก็คือ สิงห์แดง หนุมานคาบศร และ ว่าว ซึ่ง3สีนี้ความหมายทุกรือน อย่างแรกที่เห็นชัดเลยก็คือ เป็นสีของธงชาติไทยเรานั่นเอง

1. เรือนสีแดง G Shock Custom เรือนนี้ใช้ลายสิงห์แดง เป็นโลโก้ดั้งเดิม เป็น สิงห์แดงก่อนที่จะมาเป็นตราสิงห์สีทองในปัจจุบันจึงเป็นที่มาของลายนี้

2. เรือนสีขาว G Shock Custom เรือนนี้ใช้ลายหนุมานคาบศร ซึ่งเป็นตราประจำบริษัท บุญรอด มาเป็นลวดลายของนาฬิกา

3. เรือนสีน้ำเงิน G Shock Custom ว่าว เนื่องด้วยคุณทวดของคุณปิติพระยาภิรมย์ภักดี  เป็นผู้ก่อตั้งสมาคนกีฬาไทย และยังเป็นแชมป์ว่าวไทย ลายว่าวจึงเป็น1ในลวดลายของนาฬิกา

Sjors in Thailand

G Shock Custom

ช่วงบ่ายก่อนงานปาร์ตี้นี้จะเริ่มในช่วงหัวค่ำพวกเราเราได้มีโอกาศสัมภาษณ์ Sjors สักหน่อยว่าทำไมถึงได้หลงไหลในในนาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่น จนมาเป็นนักสะสม G Shock ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้เราได้ไปสัมภาษณ์ที่ร้าน Sab Bar ที่ซอยทองหล่อ ซอย 13 ซึ่งพอมาถึงที่ร้านก็เห็น Sjors นั่งอยู่ภายในร้านกับ คุณต๊อด ปิติ เลยขอถ่ายรูปคู่กันทั้ง 2 คนเป็นที่ระลึก

Sjors in Thailand

คุณต๊อดก็มาร่วมฟังในการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วย

sjors-interview

เหตุผลได้จึงเลือก G Shock?
Sjors เล่าให้ฟังว่า นาฬิกาเรือนแรกเลยไม่ได้ใส่ G Shock แต่เป็นยี่ห้อ Timex แต่พอใช้ไปนาน 3-4ปี ก็เริ่มมีรอยที่นาฬิกา ก็เลยเอาไปซ่อมแล้วแบตก็ยังมาเสื่อมอีก Sjors เลยตัดสินซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ ซึ่งต้องทนมากขึ้นกว่าของเดิม เขาจึงตัดสินใจซื้อนาฬิการตระกูล G Shock มาใช้งาน ด้วยเหตุผลหลักๆเลยก็คือ ทนทานต่อแรงกระแทกเป็นและรอยได้ยาก

เริ่มสะสมตั้งแต่เมื่อไหร่?
ในช่วงปี 1997-1998 เป็นช่วงที่ G Shock ค่อนข้างที่จะบูมมากในเยอรมัน แต่ที่เนเธอร์แลนด์ เมืองที่เค้าอยู่นี่จะยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ก็จะมีสาขาที่ เยอรมันนี่แหละมาเปิดสาขาใหม่ในเมืองที่เค้าอยู่ ซึ่งก็จะมีนักท่องเที่ยวเยอรมันเค้าก็จะมาซื้อกันที่นี่ Sjors เล่าให้ฟังอีกว่าเมื่อสมัยก่อนสมัยก่อนนั้น G Shock ที่เยอรมัน ราคาถูกแค่ 20 ยูโรเท่านั้นเอง ซึ่งราคาที่ไม่แพงนี้เองจึงสะสมได้เร็วมาก และออกมาเยอะจนเกลื่อน ต่อมาคนเยอรมันเลยค่อยจะไม่นิยมใส่กันแล้ว จนถึงปี 1999-2000 และเริ่มสังเกตได้ว่า 2000-2005 นาฬิกาไซส์จะเล็กลง แล้วคนจะไม่นิยมใส่เรือนใหญ่ จนเมื่อปลายปี 2005 จะมีรุ่น Frogman ออกมา ทางฝั่งอเมริกานำเอารุ่น Frogman นี้มาใช้ในผลงานเพลง HipHop จนกลายเป็นเครื่องประดับอย่างนึง หลังจากนั้นเป็นต้นมา เรือนใหญ่ๆก็กลับมาฮิตขึ้นอีกครั้ง และเริ่มสะสมเมื่อเดือน 6ปี 2000 ซึ่งปัจจุบัน Sjors มี G Shock ในครอบครองแล้วถึง 700 เรือน ซึ่งมาไทยในครั้งนี้ อาจจะได้เพิ่มไปเก็บเป็น Collectionอีกซัก 4 เรือน

Sjors in Thailand

พฤติกรรมนักสะสมทางฝั่งยุโรปกับเอเชียต่างกันไหม?
Sjors ทางฝั่งยุโปจะเน้นไปทางสีเบสิค สีดำล้วน สีขาวล้วน แต่ทางเอเชียจะชอบสีสันสดใส เช่น สีเดง สีเหลือง สีส้ม อะไรประมาณนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว เขาชอบแบบสีสันสดใส เหมือนชาวเอเชียมากกว่า แต่ก็ไม่มีสีที่ไม่ชอบก็คือคือสีฟ้า

มุมมองต่อ G Shock Custom เป็นอย่างไร?
ส่วนตัว Sjors ชอบมาก เพราะตัว Custom แต่ละรุ่นนั้นมันจะมีที่มา และก็ต้องเป็นคนที่ชอบจริงๆเพราะมันจะต้องมีอะไรบางอย่างที่ตรงกับผู้ซื้อจริงๆจึงจะยอมควักเงินซื้อรุ่นที่เป็น Custom ซึ่งหายากและแพงกว่ารุ่นธรรมดามาก

มีการเลือกใส่นาฬิกายังไงบ้าง มีตั้ง 700 เรือน ?
จริงๆอารมณ์ของคนเราจะอาจเปลี่ยนไปเรื่อยๆ วันนี้ใส่เรือนนี้ อาทิตย์หน้าก็อีกเรือน คนที่มีนาฬิกาเยอะจะเจอปัญหานี้ เรือนที่เขาจะใส่ประจำเลย เวลาไปต่างประเทศก็คือ GW-200K RedFrogman สีแดงแสบตาดี อย่างวันนี้ Sjors งานเปิดตัวนาฬิกาของสิงห์ เขาก็เลยที่จะเลือก นาฬิกาที่มีลายสิงห์มาใส่ ซึ่งเรือนที่เขาใส่นี้ก็ เป็น 1 ใน Limited Edition ซึ่งมีเพียง 12 เรือนในโลกเท่านั้น

Sjors in Thailand

มีรุ่นไหนที่อยากได้และยังไม่ได้มาครอบครองบ้าง?
จะมีอยู่รุ่นนึงก็คือรุ่น Murakami   แต่สีอะไรนั้นไม่ยังไม่ยอมบอก Sjors ให้พวกเราได้ลองทายว่าเขาอยากได้สีอะไร พวกเราก็ทายสีเบสิคเลย แดง เขียว เหลือง อะไรพวกนี้ แต่ก็ผิดคาด Sjors กลับอยากได้สี ชมพู โอ้ววไม่นะ..

อยากฝากอะไรถึงนักสะสม G Shock ในไทยบ้างไหม?
อยากให้ซื้อเรือนที่ชอบจริงๆอย่าไปซื้อตามคนอื่น และที่สำคัญ ซื้อของแท้ ถึงขนาดว่า Casio เมืองนอกเคยมาขอความร่วมมือจากเขา ตามหาแหล่งคนทำของปลอมขึ้นมาด้วย เพราะว่าของปลอมนั้น พังง่ายและทำให้ แบรนด์ Casio เสียหายมาก

แล้วเคยซื้อนาฬิกา G Shockให้แฟนไหม?
เคยอยู่ครั้งนึง แต่เขาซื้อ Baby G ให้นะ สายสีแดงเสือดาว ซึ่งแฟนเข้าก็เอาใส่ไว้ในกระเป๋า แต่พอหยิบเอาออกนี่รอยเพียบเลย แฟนเข้าก็เลยบอกว่า อย่าได้ซื้อให้ฉันอีกเลยนะ 555

ถ้ามีโอกาส ทำ Custom เองจะทำแบบไหน?
ก็คงจะใช้รุ่น DW-6900 รุ่นเดียวกันกับที่ครบรอบ G-Shock 25th anniversary สายเป็นเรซิ่นสีดำและมีลวดลายเหลืองแดงลายจุดบ้าง

คำถามสุดท้ายแล้ว คิดย่างไรกับ G Shock ที่เล็กลง?
น่าจะดีเลยกับสำหรับบางคนที่ไม่ได้ชอบเรือนที่ใหญ่มากนัก ซึ่งรุ่นขนาดกลาง MUDMAN จนไปถึงขนาดใหญ่ Frogman อย่างผู้หญิงอาจก็จะชอบเรือนเล็กลงมาหน่อยซึ่งรุ่นใหม่ที่เล็กลงนี้ไม่ได้เป็นตรา Baby G แต่จะเป็น ตรา G Shock บนเรือน

Sjors in Thailand

พวกเราได้สัมภาษณ์ Sjors in Thailand มาได้ซักพัก ประมาณ1ชั่วโมง ผลัดกันถามคำถามอย่างสนุกสนาน Sjors เป็นกันเองมากซึ่งสัมผัสได้เลยว่า คนคนนี้มีความรักใน G-Shock มากจริงๆซึ่งความเป็นกันเองนี้แหละจึงทำให้เขาโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และ G Shock จะมี concept เริ่มต้นอยู่ 3 อย่างคือ 10/10/10
1. ต้องสามารถหล่นจากที่สูงลงพื้นโดยไม่เป็นอะไร 10 เมตร
2. สามารถทนต่อความลึกใต้น้ำใด้ที่ 10 Bar (ปัจจุบัน 20Bar สบายๆ)
3. Battery ต้องใช้งานนานถึง 10 ปี

G Shock Custom

งานเปิดตัว GSC Thailand by Todd Piti 3รุ่นพิเศษ

งานเปิดตัว GSC Thailand by Todd Piti 3รุ่นพิเศษ

เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาที่ผ่านมา ถือว่ามีการรวมตัวครั้งใหญ่เลยของแฟนๆ G Shock Collector (タイGショックコレクター) เพราะได้มีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการงาน GSC Thailand by Todd Piti นาฬิกา Casio G Shock Custom 3 รุ่นพิเศษ ที่จัดทำขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียงแค่สีละ 100 เรือนเท่านั้น โดยคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นนักสะสม G Shock Collector แถวหน้าของประเทศไทย

G Shock Custom_025

G Shock ทั้งหมดจะมี 3รุ่น 3สี และแต่ละรุ่นจะมีเอกลักษณ์ของแต่ละเรือนและมีที่มาของแต่ละลายแตกต่างต่างกันออกไป

G Shock Custom

G Shock Custom

เรือนสีน้ำเงิน ว่าว ด้วยการแข่งว่าวเป็นกีฬานิยมในสมัยนั้น และพระยาภิรมย์ภักดีเป็นนักเล่นว่าวตัวฉกาจ ในวงการเป็นที่เลื่องลือให้การผู้ว่าวปักเป้า มีใครแวะเวียนเข้ามาในกรุงก็จะต้องขอลองท้าพระยาภิรมย์ภักดี แต่ต้องพ่ายแพ้ไปตามๆ กัน
ความรู้ความสามารถของท่านเจ้าคุณได้รับการสืบทอดตั้งแต่เยาว์วัยจากคุณพระ ภิรมย์ภักดีผู้พ่อ โดยสองพ่อลูกคู่นี้ถือว่าดังที่สุดในวงการแข่งว่าวในสมัยนั้น จนสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ขอให้พระยาภิรมย์ภักดีเขียนตำราแข่งว่าวเล่มแรกของประเทศไทยออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2464 บอกวิธีการแข่งว่าวและการผูกว่าว เป็นตำราว่าวที่ถือว่าสมบูรณ์มากที่สุดก็น่าจะว่าได้

G Shock Custom

เรือนสีแดง สิงห์แดง พระยาภิรมย์ภักดีได้จัดให้สาธารณชนส่งประกวดชื่อและฉลากเบียร์แรกของประเทศไทย ซึ่งได้รับกว่า 2พันชิ้น โดย 3เบียร์ไทยแรกที่ออกสู่สาธารณชนคือ เบียร์ตราสิงห์ เบียร์ตราว่าวทอง และ เบียร์ตราแหม่ม
เบียร์ตราสิงห์ในขณะนั้นเป็นเบียร์สีแดง ได้รับความนิยมมาโดยตลอด โดยได้ปรับเปลี่ยนจากสิงห์แดงมาเป็นสิงห์ทอง เมื่อปี พ.ศ.2500 เนื่องจากในขณะนั้น ไทยถูกล้อมรอบด้วยประเทศคอมมิวนิสต์ซึ่งใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย จึงขอให้ทางบริษัทเปลี่ยนสีของสิงห์เพื่อความเหมาะสม

G Shock Custom

เรือนสีขาว หนุมานคาบศร  ไม่มีที่มาที่เด่นชัดว่าทำไมถึงใช้หนุมานคาบศรเป็นตราบริษัทฯ จึงจินตนาการเองว่า หนุมานเป็นเทพลิงที่มีฤทธิ์ ตัวละครเอกตัวนึงในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นทหารของพระราม หนุมานถือว่าเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย มีบุคลิกที่เป็นชายชาตรีมากด้วยเสน่ห์ พระยาภิรมย์ภักดี เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2415 ตรงกับปีวอก จึงถือเคารพเทพหนุมาน เปรียบเสมือนลูกสมุนลิงที่มีหนุมานนำทัพ
ศรนั้นหมายถึงสะพานพระพุทธยอดฟ้า หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมี 3 ศร แสดงอยู่ในพระราชลัญจกร (ผู้ทรงมีพระบารมีต่อพระยาภิรมย์ภักดี) ตอนที่รัฐบาลประกาศสร้างสะพานพุทธ เมื่อปี พ.ศ. 2472 พระยาภิรมย์ภักดีเล็งเห็นว่าจะกระทบธุรกิจเรือเมล์ของท่านเป็นแน่เพราะจะ ต้องมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอีกหลายสะพานตามมาอย่างแน่นอน จึงเริ่มคิดหาธุรกิจใหม่และมาลงเอยที่ธุรกิจเบียร์เพราะยังไม่มีใครทำในตอน นั้น การสร้างสะพานพุทธจึงถือได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของเบียร์แรกของประเทศไทย ***สะพานพุทธเมื่อมองจากจางอากาศด้านบนแล้วจะมองเห็นเป็นรูปคันศรด้วยนะ ^^
หนุมานคาบศร คือ ตราประจำบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปรียบเสมือนสิ่งสำคัญในชีวิตของพระยาภิรมย์ภักดี เป็นขวัญสัญลักษณ์ที่จะนำพาลูกหลานไปสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต

G Shock Custom

นาฬิกาทั้ง3เรือนนี้จะมีซีเรียลนัมเบอร์ สลักหลังทุกเรือน ตามแบบฉบับของนาฬิกาที่เป็น Limited edition และที่สำคัญภายในงานได้จัดให้มีการประมูล G Shock เลขสวยที่เป็นซีเรียลนัมเบอร์เลขเบิ้ลตั้งแต่ 11-99 และตัวโปรโตไทป์ ซีเรียลนัมเบอร์ 00 มาออกประมูลด้วยซึ่งรายได้จากการประมูลทั้งหมดผู้ที่ประมูลได้สามารถแจ้งความประสงค์ได้เลยว่าจะบริจาคให้กับองค์กรไหน (ได้นาฬิกาแล้วยังได้บุญอีกด้วยดีเลย) และที่พิเสษสุดๆเลยอีกอย่างนึง ในงานจะมีการจับฉลากหาแฟนๆ G Shock Collector (タイGショックコレクター) ผู้โชคดี จำนวน 50 ท่านที่มาร่วมงาน ได้มีโอกาสซื้อนาฬิการุ่นพิเศษนี้ด้วยครับ……อยากกกได้มากกก

G Shock Custom

G Shock Custom

G Shock Custom

เรือนนี้เป็นรุ่น FrogMan สีแดงใส LIMITED

G Shock Custom_015

มีการจัดโชว์ G Shock Custom รุ่น Limited จากนักสะสม G Shock หลากหลายท่านมาแสดงโชว์ และ G Shock Collections by Todd Piti คอลเล็คชั่นส่วนตัวของคุณต๊อด มาแสดงให้แฟนๆ นักสะสม Thai G Shock lover (タイGショックラバー) ใด้ชม นับว่าเป็นโอกาสที่ยากมากเลยที่จะมีรุ่น limitedมาให้ชมในงานเดียวเยอะขนาดนี้

G Shock Custom

G Shock Custom

G Shock Custom

G Shock Custom

G Shock Custom

ในงานนี้จะมีแขกรับเชิญพิเศษ  Mr.Sjors G Shock collector ชาวเนเธอร์แลนด์ ที่คุณต๊อดเชิญมาร่วมงานเปิดตัวนาฬิกา G Shock Custom ทั้ง3รุ่น และที่ขาดไม่ได้เลยคือพิธีกรทั้ง2คนนี้ ที่ทำให้งานนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน คนริมซ้ายสุดเลย พี่นัน จีระนันท์ จิระบุญยานนท์ (สุดยอดแฟนพันธุ์แท้การ์ตูนญี่ปุ่น ยุค classic) และคนขวาสุด คุณ ณัฐ เสตะจันทน์ ทั้งสองคนกำลังสัมภาษณ์ Mr.Sjors กับคุณ ต๊อด

G Shock Custom

G Shock Custom

G Shock Custom

Mr.Sjors ได้รับของที่ระลึกกันไป อยากได้บ้างจัง

Thai G Shock lover (タイGショックラバー)

Thai G Shock lover (タイGショックラバー)

คุณนุ่นก็มางานด้วย สังเกตุด้านหลัง จะมีโลโก ทั้งสามเลยที่สลักอยู่ด้านหลังนาฬิกา หนุมาน,สิงห์แดง,ว่าว

งานเปิดตัว G Shock Collections by Todd Piti นี้ถือว่าเป็นการรวมแฟนๆที่ชื่นชอบ Thai G Shock lover (タイGショックラバー) มารวมตัวกันได้เยอะมากงานนึงเลยได้พบพูดคุยปาร์ตี้สังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ตามประสาคนคอเดียวกัน อาหารเครื่องดื่มครบครันมาก ทำให้ปาร์ตี้เปิดตัวในค่ำคืนนี้สนุกสนานมากเลยจริงๆครับ