Social enterprise (2)

และแล้วแรงงานชาวบังคลาเทศก็ยิ้มได้เมื่อ Social enterprise เข้ามา..

และแล้วแรงงานชาวบังคลาเทศก็ยิ้มได้เมื่อ Social enterprise เข้ามา..

กิจการเพื่อสังคมหรือว่า Social enterprise เป็นกิจการที่มีเป้าหมายหลัก เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาหรือเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านกลไกการค้าหรือให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆที่หลากหลายเพื่อนำมาใช้ในการตอบสนองความท้าทายที่มีอยูหรือกำลังจะเกิดขึ้นของสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน Social enterprise ในไทย ก็เริ่มที่มามีบทบาทมากขึ้น
Social enterprise (2)
ธุรกิจแบบ Social enterprise จึงใช้รูปแบบการดำนินงานธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไร เพื่อให้กิจการที่ทำอยู่นั้นสามารถสร้างผลกระทบทางสังคมที่ดีได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องพึ่งพากลไกสนับสนุนจากภายนอก แต่อย่างไรก็ตามกิจการเพื่อสังคมก็จะต้องมีเป้าหมายสูงสุดก็คือแก้ปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ผลกำไรเป็นหลัก ดังนั้นกิจการเพื่อสังคมเพื่อจึงจำเป็นต้องวางโครงสร้างใหม่ทุกอย่างแม้กระทั่งผู้ถือหุ้น เพื่อให้เห็นความโปร่งใสของการบริหารจัดการ และรูปแบบของธุรกิจ เพื่อที่สร้างหลักประกันว่าเป้าหมาย ของทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจะได้รับการแก้ไขได้อย่างแท้จริง และผลประโยชน์ส่วนใหญ่จะไม่ตกอยู่กับผู้ถือหุ้นหรือกับผู้บริหารทั้งหมด
Social enterprise (3)
ยกตัวตัวอย่างเช่นในบังคลาเทศ เริ่มปลูกชาในรูปแบบ TEA ESTAGE  หรือไร่ชามาตั้งแต่ปี 1840 ในเมืองท่ายักษ์ใหญ่อย่าง Chittagong จนกระทั่งยุค1850s-1860s  มีการนำเข้าแรงงานมาทำงานในไร่ชาจากแคว้นต่างๆจากอินเดียมาเข้ามาในบังคลาเทศ และเจ้าของไร่นักล่าอาณานิคมเหล่านั้น ก็ปฏิบัติกับคนงานในไร่ชาไม่ต่างจากแรงงานทาส ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยกฎของไร่ชานั้นๆ แม้กระทั่งในวันนี้ คนงานในไร่ชาหลากหลายสัญชาติหลากที่มาซึ่งมารวมอยู่กันในบังคลาเทศ ก็ยังได้รับการดูแลไม่ต่างไปจากยุคล่าอาณานิคม
Social enterprise (1)
BRAC Tea Estates จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 เพื่อทำไร่ชา 4 แปลง โดยมีแนวคิดที่จะสร้างโมเดล การจัดการดูแลไร่ชาอย่างเป็นธรรม และเน้นคุณภาพชีวิตของแรงงานในไร่  เพราะไม่ว่าจะเป็นแรงงานจากประเทศไหน แตกต่างทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อหรือการใช้ชีวิต อย่างไร BRAC ต้องเอื้อให้เขาสามารถมีชีวิตที่ดีทั้งในด้านอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย การศึกษา การรักษาพยาบาล หรือแม้แต่การจัดสรรความบันเทิงให้พวกเขาไม่ผ่อนคลายจิตใจด้วย BRAC จัดการ 5 ไร่ชาใน Karnaphuli, Kodala, Quyachora, Chanpur Belga และTag Bari tea ซึ่งมีโรงบ่มชาในไร่เองด้วย โดยในแต่ละปีผลผลิตจากไร่ชาทั้งหมดรวมกันแล้ว สามารถส่งออกไปยังหลากหลายประเทศถึง 1,861,301 กิโลกรัม

กรณีศึกษาในประเทศไทยก็จะมี Singha Park ที่ใช้ระบบ Social Enterprise มาบริหารจัดการในไร่ จ้างงานจากคนในท้องถิ่น มาทำงาน Singha Park นี้ถือเป็นไร่ชาคุณภาพอันดับต้น ๆ ของไทย บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยไร่ชาสีเขียว มีความเป็นของตัวเอง มีความมั่นคงเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 80 ปี ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัย  ภายในไร่ขนาดใหญ่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม Local community เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม ชุมชน ปลูกพืชผักหลากหลายชนิด ที่นำมาใช้ในกิจกรรมการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ปิดท้ายด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษรองท้องที่ ร้านภูภิรมย์
ได้ทานไก่อบพริกอะไรซักอย่าง รสชาติอร่อยสะดุดลิ้น แบบไม่เหมือนใคร  มันเผ็ดแบบที่ผมไม่เคยกินมาก่อนเลยจริงๆ จนต้องไปถาม เชฟอาร์ต ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์  ครูสอนทำอาหารที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ปัจจุบันที่ปรึกษาด้านอาหารให้กับร้านภูภิรมย์ เชียงราย เชฟเล่าว่าเลือกพริก Hanabero (พริกอะไรเนี่ย ผมไม่เคยแม้กระทั่งได้ยินชื่อมาก่อน) ปลูกที่ สิงห์ปาร์ค
มีแปลงทดลองปลูก   จึงนำเอาผลผลิตที่ได้มาทำอาหารพรุ่งนี้ผมจะตื่นแต่เช้าแล้วไปดูว่า ต้นพริกที่ผมไม่เคยแม้แต่ที่จะได้ยินชื่อ
หน้าตาพริกฮาบาเนโรเป็นอย่างไร?  แล้วทำไมต้องพริก Hanabero
Social enterprise (9)
Social enterprise (13) Social enterprise (7)
ว่าไปก็เหมือนเรื่องบังเอิญ หลายปีได้มีโอกาสมาเที่ยว จังหวัดเชียงราย หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน พริก Hanabero พริกฮาบาเนโร่ไม่ได้เป็นที่รู้จัก และเชิดหน้าชูตาเช่นปัจจุบัน หาซื้อยาก ไม่ได้พบเจอตามตลาดที่ชาวบ้านเดินจับจ่ายกันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้  สิงห์ปาร์ค ส่วนหนึ่งของการทำในสิ่งที่เชี่ยวชาญ เกิดจากโครงการ Social Enterprise ในไทย จึงคิดริเริ่มสร้างพื้นที่แปลงเกษตรกรรม นำวิธีการปลูกพริก Hanabero พริกฮาบาเนโร พันธุ์คาริเบียน นำเข้าพันธุ์มาจากประเทศอังกฤษ  มาปรุงและจัดเสริฟกับอาหารมากมาย
ที่ ร้านภูภิรมย์ ให้แขกบ้านแขกเมือง  ได้ลิ้มรสชาติ จนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา พริกฮาบาเนโร่ (Habanero)  เป็นพริกที่มีความเผ็ดจัด มีหลายพันธุ์ และหลายสี จัดจ้าน มีกลิ่นหอม ถ้าให้เทียบความเผ็ดกับพริกขี้หนูของไทย  พริกฮาบาเนโร นี้เผ็ดมากกว่าถึง 10 พริกฮาบาเนโร พันธุ์คาริเบียน
นำเข้าพันธุ์มาจากประเทศอังกฤษ ตอนนี้อยู่ในขันตอนของการทดลองปลูก เก็บข้อมูลของพริกชนิดนี้กับการทดลองความเผ็ด ซึ่งเริ่มต้นด้วยการปลูกใช้เวลาปลูกจริง 3 เดือน จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้
Social enterprise (10)
พริกฮาบาเนโร ได้รับการบันทึก ลงใน กินเนสบุค ว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก
แต่ใช่ว่าพริกฮาบาเนโร จะมีดีที่ความเผ็ดอย่างเดียว  แต่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน สารไบโอเพลโอนอยด์  ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งได้เม็ดพริกมีหน้าตาสวยงาม  พริกพวกนี้เอาไว้อาหารถ้าอยากชิมแวะเลย ภูภิรมย์ สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย
Social enterprise (6)
ดังนั้น พริกฮาบาเนโร่ หนึ่งในผลผลิตจาก Social Enterprise ในไทย นอกจากจะเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกที่ปลูกใน สิงห์ปาร์คแล้ว แปลงทดลองปลูกที่เห็น มีเป้าหมายทางสังคม Local community เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม ชุมชน  เป็นอีกหนึ่งในนโยบาย การบริหารแบบ ยั่งยืนคือ เน้นความสุขของคนทำงาน การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเหมาะสม  ตลอดจนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของชุมชน
ให้เข้มแข็ง เป็นส่วนหนึ่งของความสุขของมนุษย์ให้เห็นชีวิต อีกรูปแบบหนึ่ง สิงห์ปาร์ค เชียงราย แหล่งการเรียนรู้เชิงเกษตร และสร้างงานให้ชุมชน โดยรอบการสร้างงาน โดยการคืนกำไรสู่สังคม การให้เพื่อคนอื่น การทำเพื่อสังคมถูกหลอมรวมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง  เกิดความมั่นคง ในการดำรงชีวิต SUSTAINABLE  DEVELOPMENT ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ส่งผลให้ในอนาคตความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นลูกจ้าง ลูกค้า คู่ค้า ชุมชนโดยรอบส่งเสริมพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม